District 9

District 9

ยึดแผ่นดิน เปลี่ยนพันธุ์มนุษย์
★ 7.5/10 2009 112 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง District 9

เรื่องย่อ District 9

เหนือเมืองโจฮันเนสเบิร์กในปี 1982 ยานอวกาศขนาดมหึมาลอยค้างอยู่บนท้องฟ้าอย่างไร้คำอธิบาย ก่อนที่โลกจะได้พบว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ผู้รุกรานจากต่างดาว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมลงจำนวนมหาศาลซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแอ สับสน และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ มนุษย์จึงรับพวกเขาเข้ามาไว้ในเขตกักกันชั่วคราว ก่อนพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นชุมชนแออัดที่ถูกเรียกว่า “ดิสทริกต์ 9” เมื่อเวลาผ่านไป ความหวาดระแวงและความรังเกียจค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความเห็นอกเห็นใจ เหล่าเอเลียนถูกเรียกด้วยคำดูถูก ถูกควบคุมชีวิตความเป็นอยู่ และถูกผลักให้อยู่ชายขอบของสังคมราวกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ บรรยากาศของเรื่องจึงไม่ได้เป็นโลกอนาคตที่สวยงามเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย หากเป็นโลกที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อยู่ร่วมกับความสกปรก ความรุนแรง การคอร์รัปชัน และการแบ่งแยกทางสังคมอย่างน่าขนลุก หลายทศวรรษหลังการมาถึงของยานอวกาศ รัฐบาลตัดสินใจย้ายชาวต่างดาวทั้งหมดออกจากดิสทริกต์ 9 ไปยังค่ายแห่งใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนมนุษย์ ภารกิจนี้ตกอยู่ในมือของวิคัส ฟาน เดอ เมอร์เว เจ้าหน้าที่หนุ่มผู้ทำงานให้กับบริษัทเอกชนขนาดยักษ์อย่าง MNU เขาเป็นคนธรรมดาที่มีความทะเยอทะยานไม่มากไปกว่าการทำงานให้สำเร็จ ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา และกลับไปใช้ชีวิตกับภรรยาอย่างปลอดภัย วิคัสได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทีมเข้าไปแจกเอกสาร แจ้งคำสั่งย้าย และบังคับให้เหล่าเอเลียนเซ็นยินยอมออกจากบ้านที่พวกมันอาศัยมานานหลายปี งานที่ดูเหมือนเป็นเพียงขั้นตอนทางราชการกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะทุกหลังคาเรือนอาจซ่อนอาวุธ เทคโนโลยี หรือความลับที่มนุษย์ต้องการครอบครอง ขณะที่วิคัสเองก็ปฏิบัติต่อชาวต่างดาวด้วยท่าทีไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่คนอื่น เขามองพวกมันเป็นปัญหา เป็นภาระ และเป็นอุปสรรคต่อการจัดระเบียบเมือง มากกว่าจะมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังถูกพรากบ้านและอนาคตไปต่อหน้าต่อตา เบื้องหลังการย้ายถิ่นฐานที่ดูเป็นทางการและมีเหตุผล MNU กลับมีเป้าหมายซ่อนเร้นที่มืดมนกว่านั้น บริษัทต้องการเข้าถึงอาวุธเอเลียนซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถทำงานได้เฉพาะผู้ที่มีชีววิทยาแบบเดียวกับชาวต่างดาว จึงเกิดการทดลองลับ การทรมาน และการใช้ชีวิตของผู้ถูกกักกันเป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับการวิจัย เมื่อวิคัสเข้าไปสำรวจพื้นที่แห่งหนึ่ง เขาได้สัมผัสกับวัตถุลึกลับที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ร่างกายของเขาเริ่มเกิดความผิดปกติอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เคยทำให้เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาก็เริ่มกลายเป็นหลักฐานว่าเขากำลังเปลี่ยนไปเป็นบางสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ การกลายสภาพครั้งนี้ทำให้วิคัสถูกไล่ล่าทั้งจากบริษัทที่ต้องการใช้ร่างกายของเขาเป็นกุญแจ และจากกองกำลังติดอาวุธที่พร้อมกำจัดทุกสิ่งซึ่งอยู่นอกการควบคุม ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังพังทลาย วิคัสจำเป็นต้องกลับเข้าไปในดิสทริกต์ 9 และเผชิญหน้ากับผู้คนที่เขาเคยดูถูก หนึ่งในนั้นคือคริสโตเฟอร์ จอห์นสัน เอเลียนผู้มีความคิดเป็นระบบและมีความหวังที่จะพาลูกชายกลับบ้าน เขาแตกต่างจากภาพจำของมนุษย์ที่มองชาวต่างดาวเป็นเพียงสัตว์ดุร้าย เพราะภายใต้รูปลักษณ์ที่น่ากลัวกลับซ่อนความฉลาด ความรัก และความมุ่งมั่นเอาไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างวิคัสกับคริสโตเฟอร์จึงเริ่มต้นจากความไม่ไว้ใจและผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเมื่อทั้งคู่ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอด ท่ามกลางการไล่ล่าของทหารรับจ้าง แก๊งอาชญากร และนักวิทยาศาสตร์ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ยิ่งวิคัสสูญเสียความเป็นมนุษย์ในสายตาคนรอบข้างมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเริ่มมองเห็นความจริงว่ามนุษย์เองต่างหากที่อาจแสดงพฤติกรรมป่าเถื่อนที่สุด District 9 โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องแบบสารคดีข่าว ภาพจากกล้องวงจรปิด และบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เหตุการณ์เหนือจริงดูใกล้ตัวอย่างน่าประหลาด ราวกับสังคมกำลังบันทึกความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจริงต่อหน้ากล้องโดยไม่มีใครคิดว่าตนเองเป็นผู้ร้าย ภาพยนตร์ใช้เรื่องราวเอเลียนเป็นกระจกสะท้อนการแบ่งแยกสีผิว การกีดกันผู้อพยพ การใช้อำนาจรัฐ และความเชื่อว่าคนที่แตกต่างย่อมมีสิทธิ์น้อยกว่าคนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ยังมอบฉากแอ็กชันดิบเถื่อน อาวุธไซไฟที่ทรงพลัง และความระทึกจากการไล่ล่าที่แทบไม่มีจังหวะให้หายใจ จุดแข็งสำคัญอยู่ที่การทำให้ผู้ชมเริ่มต้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจต่อ “พวกแมลง” ก่อนค่อย ๆ ตั้งคำถามกับอคติของตัวเอง เมื่อเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับผู้มาเยือนเริ่มพร่าเลือน เรื่องราวก็ไม่ได้ถามเพียงว่าเอเลียนต้องการอะไร แต่ยังถามกลับมาว่า หากเราสามารถทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างได้โดยไม่รู้สึกผิด แล้วคำว่า “มนุษย์” ยังมีความหมายเหลืออยู่มากแค่ไหน นี่คือหนังไซไฟที่ทั้งตื่นเต้น กดดัน และเจ็บแสบในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนดูที่ต้องการมากกว่าการต่อสู้ระหว่างโลกกับผู้รุกราน เพราะทุกฉากของมันกำลังชวนสำรวจด้านมืดของมนุษยชาติอย่างตรงไปตรงมา

เรื่องย่อ District 9

เหนือเมืองโจฮันเนสเบิร์กในปี 1982 ยานอวกาศขนาดมหึมาลอยค้างอยู่บนท้องฟ้าอย่างไร้คำอธิบาย ก่อนที่โลกจะได้พบว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ผู้รุกรานจากต่างดาว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมลงจำนวนมหาศาลซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแอ สับสน และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ มนุษย์จึงรับพวกเขาเข้ามาไว้ในเขตกักกันชั่วคราว ก่อนพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นชุมชนแออัดที่ถูกเรียกว่า “ดิสทริกต์ 9” เมื่อเวลาผ่านไป ความหวาดระแวงและความรังเกียจค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความเห็นอกเห็นใจ เหล่าเอเลียนถูกเรียกด้วยคำดูถูก ถูกควบคุมชีวิตความเป็นอยู่ และถูกผลักให้อยู่ชายขอบของสังคมราวกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ บรรยากาศของเรื่องจึงไม่ได้เป็นโลกอนาคตที่สวยงามเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย หากเป็นโลกที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อยู่ร่วมกับความสกปรก ความรุนแรง การคอร์รัปชัน และการแบ่งแยกทางสังคมอย่างน่าขนลุก

หลายทศวรรษหลังการมาถึงของยานอวกาศ รัฐบาลตัดสินใจย้ายชาวต่างดาวทั้งหมดออกจากดิสทริกต์ 9 ไปยังค่ายแห่งใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนมนุษย์ ภารกิจนี้ตกอยู่ในมือของวิคัส ฟาน เดอ เมอร์เว เจ้าหน้าที่หนุ่มผู้ทำงานให้กับบริษัทเอกชนขนาดยักษ์อย่าง MNU เขาเป็นคนธรรมดาที่มีความทะเยอทะยานไม่มากไปกว่าการทำงานให้สำเร็จ ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา และกลับไปใช้ชีวิตกับภรรยาอย่างปลอดภัย วิคัสได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทีมเข้าไปแจกเอกสาร แจ้งคำสั่งย้าย และบังคับให้เหล่าเอเลียนเซ็นยินยอมออกจากบ้านที่พวกมันอาศัยมานานหลายปี งานที่ดูเหมือนเป็นเพียงขั้นตอนทางราชการกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะทุกหลังคาเรือนอาจซ่อนอาวุธ เทคโนโลยี หรือความลับที่มนุษย์ต้องการครอบครอง ขณะที่วิคัสเองก็ปฏิบัติต่อชาวต่างดาวด้วยท่าทีไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่คนอื่น เขามองพวกมันเป็นปัญหา เป็นภาระ และเป็นอุปสรรคต่อการจัดระเบียบเมือง มากกว่าจะมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังถูกพรากบ้านและอนาคตไปต่อหน้าต่อตา

เบื้องหลังการย้ายถิ่นฐานที่ดูเป็นทางการและมีเหตุผล MNU กลับมีเป้าหมายซ่อนเร้นที่มืดมนกว่านั้น บริษัทต้องการเข้าถึงอาวุธเอเลียนซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถทำงานได้เฉพาะผู้ที่มีชีววิทยาแบบเดียวกับชาวต่างดาว จึงเกิดการทดลองลับ การทรมาน และการใช้ชีวิตของผู้ถูกกักกันเป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับการวิจัย เมื่อวิคัสเข้าไปสำรวจพื้นที่แห่งหนึ่ง เขาได้สัมผัสกับวัตถุลึกลับที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ร่างกายของเขาเริ่มเกิดความผิดปกติอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เคยทำให้เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาก็เริ่มกลายเป็นหลักฐานว่าเขากำลังเปลี่ยนไปเป็นบางสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ การกลายสภาพครั้งนี้ทำให้วิคัสถูกไล่ล่าทั้งจากบริษัทที่ต้องการใช้ร่างกายของเขาเป็นกุญแจ และจากกองกำลังติดอาวุธที่พร้อมกำจัดทุกสิ่งซึ่งอยู่นอกการควบคุม

ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังพังทลาย วิคัสจำเป็นต้องกลับเข้าไปในดิสทริกต์ 9 และเผชิญหน้ากับผู้คนที่เขาเคยดูถูก หนึ่งในนั้นคือคริสโตเฟอร์ จอห์นสัน เอเลียนผู้มีความคิดเป็นระบบและมีความหวังที่จะพาลูกชายกลับบ้าน เขาแตกต่างจากภาพจำของมนุษย์ที่มองชาวต่างดาวเป็นเพียงสัตว์ดุร้าย เพราะภายใต้รูปลักษณ์ที่น่ากลัวกลับซ่อนความฉลาด ความรัก และความมุ่งมั่นเอาไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างวิคัสกับคริสโตเฟอร์จึงเริ่มต้นจากความไม่ไว้ใจและผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเมื่อทั้งคู่ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอด ท่ามกลางการไล่ล่าของทหารรับจ้าง แก๊งอาชญากร และนักวิทยาศาสตร์ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ยิ่งวิคัสสูญเสียความเป็นมนุษย์ในสายตาคนรอบข้างมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเริ่มมองเห็นความจริงว่ามนุษย์เองต่างหากที่อาจแสดงพฤติกรรมป่าเถื่อนที่สุด

District 9 โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องแบบสารคดีข่าว ภาพจากกล้องวงจรปิด และบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เหตุการณ์เหนือจริงดูใกล้ตัวอย่างน่าประหลาด ราวกับสังคมกำลังบันทึกความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจริงต่อหน้ากล้องโดยไม่มีใครคิดว่าตนเองเป็นผู้ร้าย ภาพยนตร์ใช้เรื่องราวเอเลียนเป็นกระจกสะท้อนการแบ่งแยกสีผิว การกีดกันผู้อพยพ การใช้อำนาจรัฐ และความเชื่อว่าคนที่แตกต่างย่อมมีสิทธิ์น้อยกว่าคนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ยังมอบฉากแอ็กชันดิบเถื่อน อาวุธไซไฟที่ทรงพลัง และความระทึกจากการไล่ล่าที่แทบไม่มีจังหวะให้หายใจ จุดแข็งสำคัญอยู่ที่การทำให้ผู้ชมเริ่มต้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจต่อ “พวกแมลง” ก่อนค่อย ๆ ตั้งคำถามกับอคติของตัวเอง เมื่อเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับผู้มาเยือนเริ่มพร่าเลือน เรื่องราวก็ไม่ได้ถามเพียงว่าเอเลียนต้องการอะไร แต่ยังถามกลับมาว่า หากเราสามารถทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างได้โดยไม่รู้สึกผิด แล้วคำว่า “มนุษย์” ยังมีความหมายเหลืออยู่มากแค่ไหน นี่คือหนังไซไฟที่ทั้งตื่นเต้น กดดัน และเจ็บแสบในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนดูที่ต้องการมากกว่าการต่อสู้ระหว่างโลกกับผู้รุกราน เพราะทุกฉากของมันกำลังชวนสำรวจด้านมืดของมนุษยชาติอย่างตรงไปตรงมา

ดู District 9 ออนไลน์

นักแสดง

ชาร์ลโต คอปเลย์

ชาร์ลโต คอปเลย์

Wikus van de Merwe
Jason Cope

Jason Cope

Christopher Johnson / Grey Bradnam / Trent
Nathalie Boltt

Nathalie Boltt

Sarah Livingstone - Sociologist
Sylvaine Strike

Sylvaine Strike

Dr Katrina McKenzie
Elizabeth Mkandawie

Elizabeth Mkandawie

Interviewee
John Sumner

John Sumner

Les Feldman - MIL Engineer
William Allen Young

William Allen Young

Dirk Michaels
Nick Blake

Nick Blake

Francois Moraneu - CIV Engineer Team
Greg Melvill-Smith

Greg Melvill-Smith

Interviewer
Robert Hobbs

Robert Hobbs

Ross Pienaar
Vanessa Haywood

Vanessa Haywood

Tania van de Merwe
M

Morena Busa Sesatsa

Interviewee

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ