Cloverfield

Cloverfield

วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก
★ 6.7/10 2008 85 นาที ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ บู๊ ระทึกขวัญ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Cloverfield

เรื่องย่อ Cloverfield

ค่ำคืนหนึ่งในนิวยอร์กซึ่งควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแสงไฟ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ไม่มีใครทันตั้งตัว “วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก” หรือ “Cloverfield” เปิดเรื่องผ่านภาพจากกล้องวิดีโอที่ถูกพบในภายหลัง บันทึกช่วงเวลาธรรมดาของกลุ่มเพื่อนในแมนฮัตตัน ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะถูกฉีกกระชากด้วยเสียงระเบิดรุนแรง แรงสั่นสะเทือนที่ทำให้อาคารทั้งเมืองสั่นคลอน และฝูงชนที่พากันวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีคำเตือนจากรัฐบาล ไม่มีเวลาสำหรับการตั้งหลัก มีเพียงข่าวลือ ภาพเงาขนาดมหึมาที่เคลื่อนผ่านตึกสูง และความหวาดกลัวที่แพร่กระจายเร็วกว่าคำตอบใดๆ เมื่อมหานครซึ่งเคยคุ้นตากลายเป็นสนามรบในชั่วพริบตา กล้องตัวเล็กๆ จึงกลายเป็นสายตาของผู้ชม พาเข้าไปอยู่ท่ามกลางความโกลาหลแบบใกล้ชิดจนแทบรู้สึกได้ถึงแรงสั่นของพื้นถนนและลมหายใจที่ขาดห้วงของคนที่กำลังหนีตาย ใจกลางเรื่องคือ ร็อบ ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เขาเพิ่งได้รับโอกาสครั้งสำคัญด้านการงานและกำลังจะเดินทางออกจากนิวยอร์ก ทว่าความสัมพันธ์กับ เบธ เพื่อนสนิทที่มีความผูกพันลึกซึ้งเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงเพื่อน กลับยังคงค้างคาเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่เคยเอ่ยและความรู้สึกที่ยังไม่มีบทสรุป ร็อบตั้งใจใช้ค่ำคืนสุดท้ายในเมืองจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อบอกลา โดยมี ฮัด เพื่อนผู้รับหน้าที่ถือกล้องบันทึกทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงหัวเราะของคนในงาน บทสนทนาที่ดูไม่มีความสำคัญ ไปจนถึงช่วงเวลาที่เพื่อนๆ หยอกล้อและพยายามทำให้ค่ำคืนธรรมดานี้น่าจดจำ แต่เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นจากใจกลางเมือง ความสนุกทั้งหมดก็จบลงทันที และเรื่องส่วนตัวที่เคยค้างคากลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ร็อบต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ เพราะเบธอยู่ในพื้นที่ที่อันตราย และเขาไม่อาจนั่งรอฟังข่าวอยู่เฉยๆ ได้ ท่ามกลางการอพยพที่เต็มไปด้วยความสับสน ร็อบ ฮัด ลิลลี่ และมาร์ลีน ต้องฝ่าฝูงชนออกจากอาคารสูง ผ่านถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากและผู้คนซึ่งกำลังตามหาครอบครัวของตัวเอง แต่เส้นทางที่ควรนำไปสู่ความปลอดภัยกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อการโจมตีของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาทำลายเส้นทางหลัก สะพานและอาคารสำคัญของเมืองถูกเปลี่ยนเป็นซากปรักหักพัง ขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่กระจายออกมาจากการทำลายล้างก็เพิ่มอันตรายให้ทุกย่างก้าวกลายเป็นการเดิมพัน พวกเขาจึงต้องเลือกเส้นทางที่แทบไม่มีข้อมูล ต้องคลำทางผ่านอุโมงค์ รถไฟใต้ดิน และพื้นที่ซึ่งอาจถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการหลบหนีจากสัตว์ประหลาด แต่คือการย้อนกลับเข้าไปในเขตอันตราย เพื่อค้นหาคนที่ร็อบรัก แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าการเดินหน้าต่ออาจหมายถึงการเอาชีวิตไปแลกกับความหวังเพียงเล็กน้อย ความโดดเด่นของ “Cloverfield” อยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านกล้องแฮนด์เฮลด์ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การชมแตกต่างจากหนังสัตว์ประหลาดหรือหนังภัยพิบัติทั่วไป ภาพที่สั่นไหว การโฟกัสที่หลุดออกจากวัตถุ และช่วงเวลาที่กล้องจับอะไรได้เพียงเสี้ยววินาที ล้วนทำให้ผู้ชมต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนแบบเดียวกับตัวละคร เราไม่ได้เห็นภาพรวมของการรุกรานครั้งนี้อย่างชัดเจน ไม่ได้รู้แน่ชัดว่าสิ่งที่กำลังโจมตีเมืองคืออะไร มาจากไหน หรือจะหยุดลงเมื่อใด แต่ข้อจำกัดนั้นกลับยิ่งทำให้ความน่ากลัวทำงานได้เต็มที่ เพราะในสถานการณ์จริง คนธรรมดาย่อมไม่มีโอกาสได้รับคำอธิบายครบถ้วนก่อนที่อันตรายจะมาถึง หนังจึงไม่เน้นการสร้างวีรบุรุษผู้เก่งกาจ หากพาผู้ชมติดตามคนธรรมดาที่หวาดกลัว สับสน และกำลังตัดสินใจภายใต้แรงกดดันมหาศาล ทุกครั้งที่มีเสียงคำรามดังขึ้น ทุกครั้งที่พื้นสั่น หรือทุกครั้งที่เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือแนวตึก ความระทึกจึงไม่ได้เกิดจากการรู้ว่าจะเห็นอะไร แต่เกิดจากการไม่รู้เลยว่าภาพถัดไปจะนำพาความสูญเสียแบบใดมาให้ เหนือไปกว่าฉากทำลายล้างและความตื่นเต้นแบบเอาชีวิตรอด หนังยังพูดถึงความสัมพันธ์ของผู้คนในวันที่โลกทั้งใบไม่เหลือความแน่นอน ร็อบไม่ได้ออกเดินทางเพราะต้องการเป็นผู้กอบกู้เมือง เขาเพียงต้องการทำบางอย่างให้คนสำคัญ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ความผูกพันระหว่างเขากับเบธจึงกลายเป็นหัวใจทางอารมณ์ของเรื่อง ขณะที่เพื่อนร่วมทางแต่ละคนก็ต้องเผชิญกับความกลัวและความสูญเสียในแบบของตัวเอง การเดินทางผ่านนิวยอร์กที่กำลังพังทลายทำให้คำถามง่ายๆ อย่าง “เราควรไปต่อหรือหยุดอยู่ตรงนี้” กลายเป็นคำถามที่หนักหน่วงกว่าที่คิด เพราะไม่มีทางเลือกใดปลอดภัย และไม่มีใครรับประกันได้ว่าความกล้าหาญจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ ด้วยโทนไซไฟ ระทึกขวัญ และบู๊ที่เร่งจังหวะตั้งแต่ต้นจนแทบไม่มีโอกาสให้หายใจ “Cloverfield” จึงเหมาะกับคนดูที่ชอบหนังซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกโยนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ชอบความลึกลับที่ไม่รีบเฉลย และอยากสัมผัสภาพมหานครที่เคยมั่นคงกำลังกลายเป็นพื้นที่อันตรายตรงหน้า หากพร้อมจะเปิดรับหนังที่ใช้ความไม่สมบูรณ์ของภาพเป็นเครื่องมือสร้างความกลัว เรื่องนี้จะมอบค่ำคืนที่ทั้งตื่นเต้น กดดัน และติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน.

เรื่องย่อ Cloverfield

ค่ำคืนหนึ่งในนิวยอร์กซึ่งควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแสงไฟ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ไม่มีใครทันตั้งตัว “วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก” หรือ “Cloverfield” เปิดเรื่องผ่านภาพจากกล้องวิดีโอที่ถูกพบในภายหลัง บันทึกช่วงเวลาธรรมดาของกลุ่มเพื่อนในแมนฮัตตัน ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะถูกฉีกกระชากด้วยเสียงระเบิดรุนแรง แรงสั่นสะเทือนที่ทำให้อาคารทั้งเมืองสั่นคลอน และฝูงชนที่พากันวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีคำเตือนจากรัฐบาล ไม่มีเวลาสำหรับการตั้งหลัก มีเพียงข่าวลือ ภาพเงาขนาดมหึมาที่เคลื่อนผ่านตึกสูง และความหวาดกลัวที่แพร่กระจายเร็วกว่าคำตอบใดๆ เมื่อมหานครซึ่งเคยคุ้นตากลายเป็นสนามรบในชั่วพริบตา กล้องตัวเล็กๆ จึงกลายเป็นสายตาของผู้ชม พาเข้าไปอยู่ท่ามกลางความโกลาหลแบบใกล้ชิดจนแทบรู้สึกได้ถึงแรงสั่นของพื้นถนนและลมหายใจที่ขาดห้วงของคนที่กำลังหนีตาย

ใจกลางเรื่องคือ ร็อบ ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เขาเพิ่งได้รับโอกาสครั้งสำคัญด้านการงานและกำลังจะเดินทางออกจากนิวยอร์ก ทว่าความสัมพันธ์กับ เบธ เพื่อนสนิทที่มีความผูกพันลึกซึ้งเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงเพื่อน กลับยังคงค้างคาเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่เคยเอ่ยและความรู้สึกที่ยังไม่มีบทสรุป ร็อบตั้งใจใช้ค่ำคืนสุดท้ายในเมืองจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อบอกลา โดยมี ฮัด เพื่อนผู้รับหน้าที่ถือกล้องบันทึกทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงหัวเราะของคนในงาน บทสนทนาที่ดูไม่มีความสำคัญ ไปจนถึงช่วงเวลาที่เพื่อนๆ หยอกล้อและพยายามทำให้ค่ำคืนธรรมดานี้น่าจดจำ แต่เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นจากใจกลางเมือง ความสนุกทั้งหมดก็จบลงทันที และเรื่องส่วนตัวที่เคยค้างคากลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ร็อบต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ เพราะเบธอยู่ในพื้นที่ที่อันตราย และเขาไม่อาจนั่งรอฟังข่าวอยู่เฉยๆ ได้

ท่ามกลางการอพยพที่เต็มไปด้วยความสับสน ร็อบ ฮัด ลิลลี่ และมาร์ลีน ต้องฝ่าฝูงชนออกจากอาคารสูง ผ่านถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากและผู้คนซึ่งกำลังตามหาครอบครัวของตัวเอง แต่เส้นทางที่ควรนำไปสู่ความปลอดภัยกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อการโจมตีของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาทำลายเส้นทางหลัก สะพานและอาคารสำคัญของเมืองถูกเปลี่ยนเป็นซากปรักหักพัง ขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่กระจายออกมาจากการทำลายล้างก็เพิ่มอันตรายให้ทุกย่างก้าวกลายเป็นการเดิมพัน พวกเขาจึงต้องเลือกเส้นทางที่แทบไม่มีข้อมูล ต้องคลำทางผ่านอุโมงค์ รถไฟใต้ดิน และพื้นที่ซึ่งอาจถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการหลบหนีจากสัตว์ประหลาด แต่คือการย้อนกลับเข้าไปในเขตอันตราย เพื่อค้นหาคนที่ร็อบรัก แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าการเดินหน้าต่ออาจหมายถึงการเอาชีวิตไปแลกกับความหวังเพียงเล็กน้อย

ความโดดเด่นของ “Cloverfield” อยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านกล้องแฮนด์เฮลด์ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การชมแตกต่างจากหนังสัตว์ประหลาดหรือหนังภัยพิบัติทั่วไป ภาพที่สั่นไหว การโฟกัสที่หลุดออกจากวัตถุ และช่วงเวลาที่กล้องจับอะไรได้เพียงเสี้ยววินาที ล้วนทำให้ผู้ชมต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนแบบเดียวกับตัวละคร เราไม่ได้เห็นภาพรวมของการรุกรานครั้งนี้อย่างชัดเจน ไม่ได้รู้แน่ชัดว่าสิ่งที่กำลังโจมตีเมืองคืออะไร มาจากไหน หรือจะหยุดลงเมื่อใด แต่ข้อจำกัดนั้นกลับยิ่งทำให้ความน่ากลัวทำงานได้เต็มที่ เพราะในสถานการณ์จริง คนธรรมดาย่อมไม่มีโอกาสได้รับคำอธิบายครบถ้วนก่อนที่อันตรายจะมาถึง หนังจึงไม่เน้นการสร้างวีรบุรุษผู้เก่งกาจ หากพาผู้ชมติดตามคนธรรมดาที่หวาดกลัว สับสน และกำลังตัดสินใจภายใต้แรงกดดันมหาศาล ทุกครั้งที่มีเสียงคำรามดังขึ้น ทุกครั้งที่พื้นสั่น หรือทุกครั้งที่เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือแนวตึก ความระทึกจึงไม่ได้เกิดจากการรู้ว่าจะเห็นอะไร แต่เกิดจากการไม่รู้เลยว่าภาพถัดไปจะนำพาความสูญเสียแบบใดมาให้

เหนือไปกว่าฉากทำลายล้างและความตื่นเต้นแบบเอาชีวิตรอด หนังยังพูดถึงความสัมพันธ์ของผู้คนในวันที่โลกทั้งใบไม่เหลือความแน่นอน ร็อบไม่ได้ออกเดินทางเพราะต้องการเป็นผู้กอบกู้เมือง เขาเพียงต้องการทำบางอย่างให้คนสำคัญ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ความผูกพันระหว่างเขากับเบธจึงกลายเป็นหัวใจทางอารมณ์ของเรื่อง ขณะที่เพื่อนร่วมทางแต่ละคนก็ต้องเผชิญกับความกลัวและความสูญเสียในแบบของตัวเอง การเดินทางผ่านนิวยอร์กที่กำลังพังทลายทำให้คำถามง่ายๆ อย่าง “เราควรไปต่อหรือหยุดอยู่ตรงนี้” กลายเป็นคำถามที่หนักหน่วงกว่าที่คิด เพราะไม่มีทางเลือกใดปลอดภัย และไม่มีใครรับประกันได้ว่าความกล้าหาญจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ ด้วยโทนไซไฟ ระทึกขวัญ และบู๊ที่เร่งจังหวะตั้งแต่ต้นจนแทบไม่มีโอกาสให้หายใจ “Cloverfield” จึงเหมาะกับคนดูที่ชอบหนังซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกโยนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ชอบความลึกลับที่ไม่รีบเฉลย และอยากสัมผัสภาพมหานครที่เคยมั่นคงกำลังกลายเป็นพื้นที่อันตรายตรงหน้า หากพร้อมจะเปิดรับหนังที่ใช้ความไม่สมบูรณ์ของภาพเป็นเครื่องมือสร้างความกลัว เรื่องนี้จะมอบค่ำคืนที่ทั้งตื่นเต้น กดดัน และติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน.

ดู Cloverfield ออนไลน์

นักแสดง

Lizzy Caplan

Lizzy Caplan

Marlena
Jessica Lucas

Jessica Lucas

Lily
T.J. Miller

T.J. Miller

Hud
Michael Stahl-David

Michael Stahl-David

Rob Hawkins
Mike Vogel

Mike Vogel

Jason Hawkins
Odette Annable

Odette Annable

Beth McIntyre
Anjul Nigam

Anjul Nigam

Bodega Cashier
Margot Farley

Margot Farley

Jenn
Theo Rossi

Theo Rossi

Antonio
Brian Klugman

Brian Klugman

Charlie
Kelvin Yu

Kelvin Yu

Clark
Liza Lapira

Liza Lapira

Heather

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ