The Hobbit: The Battle of the Five Armies

The Hobbit: The Battle of the Five Armies

เดอะ ฮอบบิท: สงครามห้าทัพ
★ 7.3/10 2014 144 นาที ภาพยนตร์ จินตนาการ บู๊ ผจญ
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Hobbit: The Battle of the Five Armies

เรื่องย่อ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

หลังจากการปลุกมังกร Smaug ให้ตื่นขึ้นจากความหลับใหลอันยาวนาน ความสงบที่เคยเป็นเพียงความหวังเลือนรางก็พังทลายลงทันที ภัยที่ซ่อนอยู่ใต้ Lonely Mountain ไม่ได้เป็นเพียงอันตรายต่อเมืองเล็กริมทะเลสาบเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นชนวนที่ทำให้ทั้งดินแดนรอบข้างสั่นคลอน เมื่อสมบัติอันมหาศาลถูกเปิดเผยต่อสายตาของทุกเผ่าพันธุ์ ความโลภ ความหวาดระแวง และความปรารถนาจะครอบครองก็เริ่มแผ่ขยายราวไฟป่าที่ไม่มีใครหยุดได้ เรื่องราวในภาคสุดท้ายของไตรภาค The Hobbit จึงไม่ได้เป็นแค่การผจญภัยเพื่อทวงคืนบ้านเกิดของเหล่า Dwarves อีกต่อไป แต่คือบทสรุปที่มืดมนและยิ่งใหญ่ที่สุดของการเดินทางครั้งหนึ่งในโลก Middle-earth ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หัวใจของเรื่องยังคงอยู่ที่ Bilbo Baggins ฮอบบิทตัวเล็ก ๆ ผู้ไม่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองจะต้องมาอยู่ท่ามกลางชะตากรรมของอาณาจักรทั้งอาณาจักร จากคนธรรมดาที่รักความสงบ เขาถูกพัดเข้าสู่เหตุการณ์ที่ใหญ่เกินกว่าจะคาดคิด และในภาคนี้ Bilbo ยิ่งโดดเด่นขึ้นในฐานะตัวละครที่ยืนอยู่ระหว่างความถูกต้องกับความวุ่นวาย เขาไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด ไม่ได้มีอำนาจมากที่สุด และไม่ใช่ผู้นำในแบบที่ใครคาดหวัง แต่เขากลับเป็นคนที่มองเห็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังถูกความกลัวและความยึดมั่นของตนบดบังสายตา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Thorin Oakenshield ยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อกษัตริย์แห่งเหล่า Dwarves เริ่มถลำลึกไปกับแรงขับของสมบัติและความกดดันจากทุกทิศทาง ความไว้ใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน และคำสัญญาที่เคยดูมั่นคงกลับถูกทดสอบด้วยอำนาจที่ล่อใจเกินต้าน เมื่อ Smaug หลุดออกไปสู่โลกภายนอก เหตุการณ์ก็ไม่ได้จบลงแค่การไล่ล่าหรือการเอาชนะสัตว์ร้ายตนหนึ่ง แต่กลับลากเอาหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาเผชิญหน้ากันในสนามรบเดียว ทั้ง Dwarves, Elves และ Men ต่างมีเหตุผลของตัวเอง มีบาดแผลจากอดีต มีสิทธิ์อ้างในสิ่งที่เชื่อว่าควรเป็นของตน และมีความสูญเสียที่ไม่อาจลืมได้ง่าย ๆ Thranduil, Bard และผู้นำจากแต่ละฝ่ายจึงไม่ได้ถูกวางเป็นเพียงคู่ขัดแย้งในหนังแอ็กชันแฟนตาซีธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของความจริงที่ว่า บางครั้งศึกสงครามเริ่มต้นจากเหตุผลที่ดูชอบธรรม ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นหายนะเพราะไม่มีใครยอมถอยให้กัน ความตึงเครียดจึงค่อย ๆ สะสมขึ้นทุกขณะ จนผู้ชมสัมผัสได้ว่าพื้นดินใต้เท้าทุกฝ่ายกำลังพร้อมจะปะทุในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ “เดอะ ฮอบบิท: สงครามห้าทัพ” ทรงพลัง ไม่ได้มีเพียงฉากต่อสู้ขนาดใหญ่หรือภาพของกองทัพที่เคลื่อนพลอย่างอลังการ แต่คือวิธีที่หนังใช้สงครามสะท้อนความเป็นมนุษย์ของตัวละครแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นความภักดี ความกลัว การเสียสละ หรือความทะเยอทะยาน ทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น และค่อย ๆ ผลักให้เรื่องราวหนักแน่นขึ้นในเชิงอารมณ์ โทนของหนังจึงเข้มกว่าและหม่นกว่าภาคก่อนอย่าง

เรื่องย่อ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

หลังจากการปลุกมังกร Smaug ให้ตื่นขึ้นจากความหลับใหลอันยาวนาน ความสงบที่เคยเป็นเพียงความหวังเลือนรางก็พังทลายลงทันที ภัยที่ซ่อนอยู่ใต้ Lonely Mountain ไม่ได้เป็นเพียงอันตรายต่อเมืองเล็กริมทะเลสาบเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นชนวนที่ทำให้ทั้งดินแดนรอบข้างสั่นคลอน เมื่อสมบัติอันมหาศาลถูกเปิดเผยต่อสายตาของทุกเผ่าพันธุ์ ความโลภ ความหวาดระแวง และความปรารถนาจะครอบครองก็เริ่มแผ่ขยายราวไฟป่าที่ไม่มีใครหยุดได้ เรื่องราวในภาคสุดท้ายของไตรภาค The Hobbit จึงไม่ได้เป็นแค่การผจญภัยเพื่อทวงคืนบ้านเกิดของเหล่า Dwarves อีกต่อไป แต่คือบทสรุปที่มืดมนและยิ่งใหญ่ที่สุดของการเดินทางครั้งหนึ่งในโลก Middle-earth ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หัวใจของเรื่องยังคงอยู่ที่ Bilbo Baggins ฮอบบิทตัวเล็ก ๆ ผู้ไม่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองจะต้องมาอยู่ท่ามกลางชะตากรรมของอาณาจักรทั้งอาณาจักร จากคนธรรมดาที่รักความสงบ เขาถูกพัดเข้าสู่เหตุการณ์ที่ใหญ่เกินกว่าจะคาดคิด และในภาคนี้ Bilbo ยิ่งโดดเด่นขึ้นในฐานะตัวละครที่ยืนอยู่ระหว่างความถูกต้องกับความวุ่นวาย เขาไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด ไม่ได้มีอำนาจมากที่สุด และไม่ใช่ผู้นำในแบบที่ใครคาดหวัง แต่เขากลับเป็นคนที่มองเห็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังถูกความกลัวและความยึดมั่นของตนบดบังสายตา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Thorin Oakenshield ยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อกษัตริย์แห่งเหล่า Dwarves เริ่มถลำลึกไปกับแรงขับของสมบัติและความกดดันจากทุกทิศทาง ความไว้ใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน และคำสัญญาที่เคยดูมั่นคงกลับถูกทดสอบด้วยอำนาจที่ล่อใจเกินต้าน

เมื่อ Smaug หลุดออกไปสู่โลกภายนอก เหตุการณ์ก็ไม่ได้จบลงแค่การไล่ล่าหรือการเอาชนะสัตว์ร้ายตนหนึ่ง แต่กลับลากเอาหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาเผชิญหน้ากันในสนามรบเดียว ทั้ง Dwarves, Elves และ Men ต่างมีเหตุผลของตัวเอง มีบาดแผลจากอดีต มีสิทธิ์อ้างในสิ่งที่เชื่อว่าควรเป็นของตน และมีความสูญเสียที่ไม่อาจลืมได้ง่าย ๆ Thranduil, Bard และผู้นำจากแต่ละฝ่ายจึงไม่ได้ถูกวางเป็นเพียงคู่ขัดแย้งในหนังแอ็กชันแฟนตาซีธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของความจริงที่ว่า บางครั้งศึกสงครามเริ่มต้นจากเหตุผลที่ดูชอบธรรม ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นหายนะเพราะไม่มีใครยอมถอยให้กัน ความตึงเครียดจึงค่อย ๆ สะสมขึ้นทุกขณะ จนผู้ชมสัมผัสได้ว่าพื้นดินใต้เท้าทุกฝ่ายกำลังพร้อมจะปะทุในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้ “เดอะ ฮอบบิท: สงครามห้าทัพ” ทรงพลัง ไม่ได้มีเพียงฉากต่อสู้ขนาดใหญ่หรือภาพของกองทัพที่เคลื่อนพลอย่างอลังการ แต่คือวิธีที่หนังใช้สงครามสะท้อนความเป็นมนุษย์ของตัวละครแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นความภักดี ความกลัว การเสียสละ หรือความทะเยอทะยาน ทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น และค่อย ๆ ผลักให้เรื่องราวหนักแน่นขึ้นในเชิงอารมณ์ โทนของหนังจึงเข้มกว่าและหม่นกว่าภาคก่อนอย่าง

ดู The Hobbit: The Battle of the Five Armies ออนไลน์

นักแสดง

Ian McKellen

Ian McKellen

Gandalf the Grey
มาร์ติน ฟรีแมน

มาร์ติน ฟรีแมน

Bilbo Baggins
Richard Armitage

Richard Armitage

Thorin Oakenshield
ออร์แลนโด บลูม

ออร์แลนโด บลูม

Legolas
Evangeline Lilly

Evangeline Lilly

Tauriel
Luke Evans

Luke Evans

Bard
ลี เพซ

ลี เพซ

King Thranduil
เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์

Smaug / Sauron (voice)
Ken Stott

Ken Stott

Balin
Aidan Turner

Aidan Turner

Kili
Dean O'Gorman

Dean O'Gorman

Fili
Billy Connolly

Billy Connolly

Dain Ironfoot

เรื่องที่เกี่ยวข้อง