Just Mercy

Just Mercy

จัสต์ เมอร์ซี่
★ 7.8/10 2019 137 นาที ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ หนังชีวิต อาชญากรรม
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Just Mercy

เรื่องย่อ Just Mercy

ถ้าวันหนึ่งเราถูกตราหน้าว่าทำผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ แล้วเสียงของเรากลับเบาจนไม่มีใครยอมฟังเลย เราจะยังกล้าเชื่อในคำว่าความยุติธรรมอยู่อีกไหมนะ ความรู้สึกค้างคาแบบนี้แหละที่พาเราเข้าไปหา ไบรอัน สตีเวนสัน (Bryan Stevenson) รับบทโดย ไมเคิล บี. จอร์แดน ทนายหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบจากฮาร์วาร์ดมาหมาด ๆ แทนที่เขาจะเลือกงานเงินเดือนงาม ๆ ในออฟฟิศใหญ่ให้ชีวิตง่ายขึ้น เขากลับหอบความตั้งใจเต็มกระเป๋ามุ่งหน้ามาที่แอละแบมา เพราะอยากใช้ความรู้ทางกฎหมายช่วยคนที่ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย และไม่มีใครเหลียวแล ความฝันของไบรอันไม่ได้ใหญ่โตแบบอยากเปลี่ยนโลกในวันเดียวหรอก แค่อยากยืนข้างคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วบอกกับเขาว่านายไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะ แล้วการเริ่มต้นของไบรอันก็พาเขาไปเจอกับคดีที่หนักที่สุดในชีวิตอย่างคดีของ วอลเตอร์ แม็คมิลเลี่ยน (Walter McMillian) รับบทโดย เจมี ฟ็อกซ์ ชายผิวดำที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว แต่กลับถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงสาววัยสิบแปด ทั้งที่ตัวเขายืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ และก็มีหลักฐานหลายอย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยซ้ำ ปัญหาคือคำให้การของพยานอย่าง ราล์ฟ ไมเยอร์ส (Ralph Myers) กลับถูกนำมาปักให้เขาเป็นคนผิดแบบดิ้นไม่หลุด จนศาลตัดสินให้ต้องโทษประหารและส่งตัวเข้าไปรอความตายในแดนประหาร ไบรอันที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับ อีวา แอนส์ลีย์ (Eva Ansley) รับบทโดย บรี ลาร์สัน เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่คอยช่วยประสานงานในพื้นที่ เลยต้องรีบไล่ตามหาความจริงทีละชิ้น ทั้งที่ฝั่งอัยการอย่าง ทอมมี แชมแปน (Tommy Champan) ก็ไม่ยอมขยับอะไรง่าย ๆ เลยสักนิด โลกในจัสต์ เมอร์ซี่พาเราย้อนกลับไปในชุมชนทางตอนใต้ช่วงปลายยุคแปดศูนย์ ที่อากาศร้อนอบอ้าวไม่เท่าแรงกดดันจากอคติและความหวาดกลัวที่ลอยอยู่ในทุกห้องพิจารณา เราจะได้เห็นทางเดินแคบ ๆ ในเรือนจำ ห้องเยี่ยมที่กั้นด้วยกระจกหนา เสียงโซ่ตรวน และแววตาของคนที่กำลังนับวันรอความหวังอย่าง เฮอร์เบิร์ต ริชาร์ดสัน (Herbert Richardson) กับ แอนโธนี เรย์ ฮินตัน (Anthony Ray Hinton) เพื่อนร่วมชะตากรรมในแดนประหารที่ต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้บีบเราด้วยเสียงดังหรือฉากไล่ล่าเลย แต่บีบด้วยความเงียบ ความนิ่งของท่านผู้พิพากษาอย่าง พาเมลา บาคาบ (Pamela Bachab) และกำแพงของระบบที่เหมือนจะบอกกลาย ๆ ว่าคำตัดสินไปแล้วก็คือจบแล้ว อย่ามารื้อฟื้นเลย ยิ่งดูยิ่งรู้สึกอึดอัดแทนไบรอันที่ต้องเคาะประตูทีละบานในเมืองที่แทบไม่มีใครอยากเปิดรับเขา แต่ถึงเรื่องจะหนักและชวนเหนื่อยใจ โทนของเรื่องกลับไม่ได้ทิ้งเราไว้กับความสิ้นหวังอย่างเดียวนะ มันค่อย ๆ พาเราไปสำรวจความต่างระหว่างการถูกตัดสินกับการได้รับความยุติธรรมจริง ๆ ว่าคนคนหนึ่งอาจถูกแปะป้ายว่ามีความผิดไปแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าความจริงทั้งหมดถูกตรวจสอบอย่างครบถ้วนเลย ไบรอันไม่ได้สู้ด้วยอารมณ์หรือวาทะคม ๆ อย่างเดียว แต่สู้ด้วยความอดทน ความละเอียด และความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะอยู่ในชุดนักโทษหรือยืนอยู่ในศาล ส่วนวอลเตอร์เองก็ไม่ได้เป็นแค่จำเลยในแฟ้มคดี เขาเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นเพื่อนบ้าน ที่ต้องแบกทั้งความกลัว ความโกรธ และความหวังเล็ก ๆ ว่าสักวันจะมีคนยอมฟังเขาจริง ๆ สักที ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ กลายเป็นพลังใจให้กันและกันแบบเงียบ ๆ แต่ลึกมาก ใครที่ชอบดราม่ากฎหมายที่สร้างจากเรื่องจริง หนังที่ไม่ได้เร่งเฉลยปมแบบทริลเลอร์ แต่ค่อย ๆ สะสมน้ำหนักให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครไปทีละนิด เรื่องนี้คือตอบโจทย์มาก อยากชวนให้ลองเปิดใจดูการแสดงของไมเคิล บี. จอร์แดนที่ถ่ายทอดความมุ่งมั่นแบบสุภาพแต่มั่นคง กับเจมี ฟ็อกซ์ที่แค่แววตาก็บอกความเจ็บปวดของคนถูกพรากอนาคตไปได้ทั้งก้อน สมทบด้วยบรี ลาร์สันที่อบอุ่นและเป็นพลังเงียบอยู่ข้างหลังตลอด ดูจบแล้วอาจมีทั้งหน่วง ทั้งจุก ทั้งโกรธแทน แต่ก็จะมีความหวังอุ่น ๆ ติดกลับมาด้วย ว่าท่ามกลางระบบที่เย็นชา ความเมตตาที่มาพร้อมความกล้าหาญของคนไม่กี่คน ยังพอจะทวงพื้นที่ให้ความจริงได้หายใจอีกครั้ง

เรื่องย่อ Just Mercy

ถ้าวันหนึ่งเราถูกตราหน้าว่าทำผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ แล้วเสียงของเรากลับเบาจนไม่มีใครยอมฟังเลย เราจะยังกล้าเชื่อในคำว่าความยุติธรรมอยู่อีกไหมนะ ความรู้สึกค้างคาแบบนี้แหละที่พาเราเข้าไปหา ไบรอัน สตีเวนสัน (Bryan Stevenson) รับบทโดย ไมเคิล บี. จอร์แดน ทนายหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบจากฮาร์วาร์ดมาหมาด ๆ แทนที่เขาจะเลือกงานเงินเดือนงาม ๆ ในออฟฟิศใหญ่ให้ชีวิตง่ายขึ้น เขากลับหอบความตั้งใจเต็มกระเป๋ามุ่งหน้ามาที่แอละแบมา เพราะอยากใช้ความรู้ทางกฎหมายช่วยคนที่ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย และไม่มีใครเหลียวแล ความฝันของไบรอันไม่ได้ใหญ่โตแบบอยากเปลี่ยนโลกในวันเดียวหรอก แค่อยากยืนข้างคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วบอกกับเขาว่านายไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะ

แล้วการเริ่มต้นของไบรอันก็พาเขาไปเจอกับคดีที่หนักที่สุดในชีวิตอย่างคดีของ วอลเตอร์ แม็คมิลเลี่ยน (Walter McMillian) รับบทโดย เจมี ฟ็อกซ์ ชายผิวดำที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว แต่กลับถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงสาววัยสิบแปด ทั้งที่ตัวเขายืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำ และก็มีหลักฐานหลายอย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยซ้ำ ปัญหาคือคำให้การของพยานอย่าง ราล์ฟ ไมเยอร์ส (Ralph Myers) กลับถูกนำมาปักให้เขาเป็นคนผิดแบบดิ้นไม่หลุด จนศาลตัดสินให้ต้องโทษประหารและส่งตัวเข้าไปรอความตายในแดนประหาร ไบรอันที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับ อีวา แอนส์ลีย์ (Eva Ansley) รับบทโดย บรี ลาร์สัน เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่คอยช่วยประสานงานในพื้นที่ เลยต้องรีบไล่ตามหาความจริงทีละชิ้น ทั้งที่ฝั่งอัยการอย่าง ทอมมี แชมแปน (Tommy Champan) ก็ไม่ยอมขยับอะไรง่าย ๆ เลยสักนิด

โลกในจัสต์ เมอร์ซี่พาเราย้อนกลับไปในชุมชนทางตอนใต้ช่วงปลายยุคแปดศูนย์ ที่อากาศร้อนอบอ้าวไม่เท่าแรงกดดันจากอคติและความหวาดกลัวที่ลอยอยู่ในทุกห้องพิจารณา เราจะได้เห็นทางเดินแคบ ๆ ในเรือนจำ ห้องเยี่ยมที่กั้นด้วยกระจกหนา เสียงโซ่ตรวน และแววตาของคนที่กำลังนับวันรอความหวังอย่าง เฮอร์เบิร์ต ริชาร์ดสัน (Herbert Richardson) กับ แอนโธนี เรย์ ฮินตัน (Anthony Ray Hinton) เพื่อนร่วมชะตากรรมในแดนประหารที่ต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้บีบเราด้วยเสียงดังหรือฉากไล่ล่าเลย แต่บีบด้วยความเงียบ ความนิ่งของท่านผู้พิพากษาอย่าง พาเมลา บาคาบ (Pamela Bachab) และกำแพงของระบบที่เหมือนจะบอกกลาย ๆ ว่าคำตัดสินไปแล้วก็คือจบแล้ว อย่ามารื้อฟื้นเลย ยิ่งดูยิ่งรู้สึกอึดอัดแทนไบรอันที่ต้องเคาะประตูทีละบานในเมืองที่แทบไม่มีใครอยากเปิดรับเขา

แต่ถึงเรื่องจะหนักและชวนเหนื่อยใจ โทนของเรื่องกลับไม่ได้ทิ้งเราไว้กับความสิ้นหวังอย่างเดียวนะ มันค่อย ๆ พาเราไปสำรวจความต่างระหว่างการถูกตัดสินกับการได้รับความยุติธรรมจริง ๆ ว่าคนคนหนึ่งอาจถูกแปะป้ายว่ามีความผิดไปแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าความจริงทั้งหมดถูกตรวจสอบอย่างครบถ้วนเลย ไบรอันไม่ได้สู้ด้วยอารมณ์หรือวาทะคม ๆ อย่างเดียว แต่สู้ด้วยความอดทน ความละเอียด และความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะอยู่ในชุดนักโทษหรือยืนอยู่ในศาล ส่วนวอลเตอร์เองก็ไม่ได้เป็นแค่จำเลยในแฟ้มคดี เขาเป็นพ่อ เป็นสามี เป็นเพื่อนบ้าน ที่ต้องแบกทั้งความกลัว ความโกรธ และความหวังเล็ก ๆ ว่าสักวันจะมีคนยอมฟังเขาจริง ๆ สักที ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ กลายเป็นพลังใจให้กันและกันแบบเงียบ ๆ แต่ลึกมาก

ใครที่ชอบดราม่ากฎหมายที่สร้างจากเรื่องจริง หนังที่ไม่ได้เร่งเฉลยปมแบบทริลเลอร์ แต่ค่อย ๆ สะสมน้ำหนักให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครไปทีละนิด เรื่องนี้คือตอบโจทย์มาก อยากชวนให้ลองเปิดใจดูการแสดงของไมเคิล บี. จอร์แดนที่ถ่ายทอดความมุ่งมั่นแบบสุภาพแต่มั่นคง กับเจมี ฟ็อกซ์ที่แค่แววตาก็บอกความเจ็บปวดของคนถูกพรากอนาคตไปได้ทั้งก้อน สมทบด้วยบรี ลาร์สันที่อบอุ่นและเป็นพลังเงียบอยู่ข้างหลังตลอด ดูจบแล้วอาจมีทั้งหน่วง ทั้งจุก ทั้งโกรธแทน แต่ก็จะมีความหวังอุ่น ๆ ติดกลับมาด้วย ว่าท่ามกลางระบบที่เย็นชา ความเมตตาที่มาพร้อมความกล้าหาญของคนไม่กี่คน ยังพอจะทวงพื้นที่ให้ความจริงได้หายใจอีกครั้ง

ดู Just Mercy ออนไลน์

นักแสดง

ไมเคิล บี. จอร์แดน

ไมเคิล บี. จอร์แดน

Bryan Stevenson
บรี ลาร์สัน

บรี ลาร์สัน

Eva Ansley
เจมี ฟ็อกซ์

เจมี ฟ็อกซ์

Walter McMillian
O'Shea Jackson Jr.

O'Shea Jackson Jr.

Anthony Ray Hinton
เรฟ สปอลล์

เรฟ สปอลล์

Tommy Champan
ร็อบ มอร์แกน

ร็อบ มอร์แกน

Herbert Richardson
Tim Blake Nelson

Tim Blake Nelson

Ralph Myers
Rhoda Griffis

Rhoda Griffis

Judge Pamela Bachab
J. Alphonse Nicholson

J. Alphonse Nicholson

Henry Davis
Karan Kendrick

Karan Kendrick

Minnie McMillian
Hayes Mercure

Hayes Mercure

Jeremy Doss
Lindsay Ayliffe

Lindsay Ayliffe

Judge Foster

เรื่องที่เกี่ยวข้อง