The House

The House

เดอะ เฮาส์
★ 7.0/10 2022 97 นาที อีโรติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The House

เรื่องย่อ The House

ลองนึกดูเล่นๆ ว่าถ้าบ้านในฝันที่เราอยากได้จนใจสั่น กลับจ้องมองเรากลับและค่อยๆ ทวงบางอย่างคืนไปทีละนิด เราจะยังอยากฝากชีวิตไว้ในนั้นอยู่ไหม เรื่องมันเริ่มจากบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางที่โล่งๆ บรรยากาศเงียบเย็นสวยแปลกๆ แบบที่เห็นครั้งแรกก็หลงเลย ผนังไม้สีเข้ม พรมหนานุ่ม โคมไฟแสงอุ่นๆ ที่ส่องลอดหน้าต่างบานสูงมาตกบนพื้นเป็นแนวยาว ทุกห้องดูเหมือนยังมีลมหายใจของใครบางคนค้างอยู่ ทั้งหอมทั้งอึดอัดในเวลาเดียวกัน แล้วเวลาก็หมุนผ่านไปหลายยุคหลายสมัย ข้าวของเปลี่ยน ผ้าม่านเปลี่ยน เจ้าของเปลี่ยน แต่บ้านหลังเดิมยังอยู่ที่เดิม รอต้อนรับคนชุดใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมความหวังเต็มกระเป๋าโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกมองกลับเหมือนกัน คนที่เดินเข้ามาชุดแรกคือคู่สามีภรรยาอย่าง Raymond ที่ให้เสียงโดย Matthew Goode กับ Penelope ที่ให้เสียงโดย Claudie Blakley สองคนที่เหนื่อยกับชีวิตเดิมๆ เต็มที เขาอยากยกระดับตัวเอง อยากมีหน้ามีตา อยากให้คืนค่ำที่เคยจืดชืดกลับมาร้อนแรงเหมือนตอนแรกรัก ส่วน Mabel ที่ให้เสียงโดย Mia Goth หญิงสาวช่างฝันที่โตมาในบ้านนี้ก็มีความปรารถนาแบบของตัวเอง เธออยากมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเองจริงๆ อยากถูกรักถูกมองเห็นโดยไม่ต้องร้องขอ ต่อมาในอีกยุคก็มี Developer หนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ให้เสียงโดย Jarvis Cocker คนที่พูดเก่งยิ้มเก่งและเชื่อว่าบ้านสวยๆ จะเยียวยาทุกอย่างได้ กับ Mr. Thomas ที่ให้เสียงโดย Mark Heap สุภาพบุรุษเจ้าของที่ดินที่ดูเงียบๆ แต่ข้างในเก็บความเหงาและความต้องการใครสักคนมาเติมเต็มห้องว่างไว้มานาน ทุกคนไม่ได้เข้ามาแค่เพราะอยากมีหลังคาคุ้มหัวหรอก แต่เข้ามาเพราะหวังว่าบ้านหลังนี้จะทำให้เขากลายเป็นคนที่อยากเป็น และทำให้ความรักความใกล้ชิดในชีวิตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ยิ่งอยู่ไปความหวานตอนแรกก็ยิ่งมีรสขมเจือเข้ามา Raymond เริ่มหมกมุ่นกับการตกแต่งบ้านจนลืมสบตาภรรยา Penelope ที่โหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ มากกว่าผ้าม่านผืนใหม่ Mabel เองก็สัมผัสได้ว่าบ้านกำลังเล่นกับความรู้สึกของทุกคน ปิดประตูนั่นเปิดประตูนี้ กระซิบชวนให้แลกบางอย่างที่สำคัญเพื่อได้บางอย่างที่วาววับกว่า ฝั่ง Developer เองพอคิดจะปั่นบ้านให้สวยเพื่อขายต่อ ก็ดันเผลอใจผูกพันกับกลิ่นไม้กลิ่นฝุ่นและแสงแดดยามบ่ายจนถอนตัวไม่ขึ้น ส่วน Mr. Thomas ที่เหมือนจะคุมทุกอย่างได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญและความเงียบที่ดังขึ้นทุกคืน เดิมพันมันเลยไม่ใช่แค่จะเสียเงินหรือเสียบ้าน แต่คือจะเสียความเป็นตัวเอง เสียความสัมพันธ์ที่เคยแนบแน่น และเสียโอกาสจะกอดคนที่อยู่ตรงหน้าในตอนที่ยังกอดได้อยู่หรือเปล่า ที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วหน่วงๆ ในใจคือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องผีหลอกหรือบ้านเฮี้ยน แต่มันเล่าเรื่องแรงปรารถนาดิบๆ ของคนโตๆ ที่เราทุกคนเคยเป็น ทั้งอยากมีมากกว่านี้ อยากเป็นที่รักมากกว่านี้ อยากให้ค่ำคืนมันไม่เงียบเกินไป ความใกล้ชิดระหว่างคู่รักในเรื่องเลยมีทั้งมุมอ่อนโยนและมุมร้อนรุ่มปนกันไป เหมือนเวลาเขากระซิบกันในห้องนอนแคบๆ ท่ามกลางเสียงไม้ลั่น หรือเวลาสัมผัสกันเบาๆ แล้วต้องชะงักเพราะรู้สึกว่าผนังกำลังมองอยู่ มันทั้งเย้ายวนทั้งว้าเหว่ในคราวเดียว บ้านในเรื่องก็เลยเหมือนคนรักอีกคนหนึ่งที่ทั้งดึงดูดทั้งเรียกร้อง ยิ่งเราอยากครอบครองมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอยากครอบครองเรากลับมากขึ้นเท่านั้น ความเหงา ความโลภ ความหลงใหล มันค่อยๆ ซึมเข้าผนังไปพร้อมๆ กับฝุ่นเลย ถ้าเพื่อนถามว่าควรเสียเวลาดูไหม บอกเลยว่าต้องดูสักครั้งเพราะงานแอนิเมชันสต็อปโมชันมันสวยประณีตมาก รายละเอียดในบ้านแต่ละยุคทำถึงจนอยากเอามือลูบจอ ทั้งลูกไม้บนหมอน ทั้งรอยแตกลายบนเพดาน ดูแล้วรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นจริงๆ การเล่าแบบสามช่วงเวลาก็ทำให้ไม่เบื่อเลย แต่ละตอนมีเสน่ห์ของตัวเอง มีทั้งตลกร้าย ทั้งโรแมนติกขมๆ ทั้งหลอนเบาๆ ที่ทิ้งให้คิดต่อหลังดูจบ ส่วนเสียงพากย์ก็ดีแบบขนลุก ทั้ง Mia Goth, Matthew Goode, Claudie Blakley ไปจนถึง Jarvis Cocker คือเอาอยู่ทุกคน ถ่ายทอดทั้งความรัก ความหึง ความเหงา ออกมาได้แบบผู้ใหญ่ๆ เข้าใจง่าย ดูจบแล้วอาจจะทำให้เรากลับมามองห้องนอนของตัวเองแล้วถามเบาๆ ว่าสิ่งที่เรากำลังโหยหาอยู่จริงๆ มันคือบ้านที่สวยกว่านี้ หรือแค่อ้อมกอดที่อุ่นกว่านี้กันแน่

เรื่องย่อ The House

ลองนึกดูเล่นๆ ว่าถ้าบ้านในฝันที่เราอยากได้จนใจสั่น กลับจ้องมองเรากลับและค่อยๆ ทวงบางอย่างคืนไปทีละนิด เราจะยังอยากฝากชีวิตไว้ในนั้นอยู่ไหม เรื่องมันเริ่มจากบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางที่โล่งๆ บรรยากาศเงียบเย็นสวยแปลกๆ แบบที่เห็นครั้งแรกก็หลงเลย ผนังไม้สีเข้ม พรมหนานุ่ม โคมไฟแสงอุ่นๆ ที่ส่องลอดหน้าต่างบานสูงมาตกบนพื้นเป็นแนวยาว ทุกห้องดูเหมือนยังมีลมหายใจของใครบางคนค้างอยู่ ทั้งหอมทั้งอึดอัดในเวลาเดียวกัน แล้วเวลาก็หมุนผ่านไปหลายยุคหลายสมัย ข้าวของเปลี่ยน ผ้าม่านเปลี่ยน เจ้าของเปลี่ยน แต่บ้านหลังเดิมยังอยู่ที่เดิม รอต้อนรับคนชุดใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมความหวังเต็มกระเป๋าโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกมองกลับเหมือนกัน

คนที่เดินเข้ามาชุดแรกคือคู่สามีภรรยาอย่าง Raymond ที่ให้เสียงโดย Matthew Goode กับ Penelope ที่ให้เสียงโดย Claudie Blakley สองคนที่เหนื่อยกับชีวิตเดิมๆ เต็มที เขาอยากยกระดับตัวเอง อยากมีหน้ามีตา อยากให้คืนค่ำที่เคยจืดชืดกลับมาร้อนแรงเหมือนตอนแรกรัก ส่วน Mabel ที่ให้เสียงโดย Mia Goth หญิงสาวช่างฝันที่โตมาในบ้านนี้ก็มีความปรารถนาแบบของตัวเอง เธออยากมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเองจริงๆ อยากถูกรักถูกมองเห็นโดยไม่ต้องร้องขอ ต่อมาในอีกยุคก็มี Developer หนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ให้เสียงโดย Jarvis Cocker คนที่พูดเก่งยิ้มเก่งและเชื่อว่าบ้านสวยๆ จะเยียวยาทุกอย่างได้ กับ Mr. Thomas ที่ให้เสียงโดย Mark Heap สุภาพบุรุษเจ้าของที่ดินที่ดูเงียบๆ แต่ข้างในเก็บความเหงาและความต้องการใครสักคนมาเติมเต็มห้องว่างไว้มานาน ทุกคนไม่ได้เข้ามาแค่เพราะอยากมีหลังคาคุ้มหัวหรอก แต่เข้ามาเพราะหวังว่าบ้านหลังนี้จะทำให้เขากลายเป็นคนที่อยากเป็น และทำให้ความรักความใกล้ชิดในชีวิตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

แต่ยิ่งอยู่ไปความหวานตอนแรกก็ยิ่งมีรสขมเจือเข้ามา Raymond เริ่มหมกมุ่นกับการตกแต่งบ้านจนลืมสบตาภรรยา Penelope ที่โหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ มากกว่าผ้าม่านผืนใหม่ Mabel เองก็สัมผัสได้ว่าบ้านกำลังเล่นกับความรู้สึกของทุกคน ปิดประตูนั่นเปิดประตูนี้ กระซิบชวนให้แลกบางอย่างที่สำคัญเพื่อได้บางอย่างที่วาววับกว่า ฝั่ง Developer เองพอคิดจะปั่นบ้านให้สวยเพื่อขายต่อ ก็ดันเผลอใจผูกพันกับกลิ่นไม้กลิ่นฝุ่นและแสงแดดยามบ่ายจนถอนตัวไม่ขึ้น ส่วน Mr. Thomas ที่เหมือนจะคุมทุกอย่างได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญและความเงียบที่ดังขึ้นทุกคืน เดิมพันมันเลยไม่ใช่แค่จะเสียเงินหรือเสียบ้าน แต่คือจะเสียความเป็นตัวเอง เสียความสัมพันธ์ที่เคยแนบแน่น และเสียโอกาสจะกอดคนที่อยู่ตรงหน้าในตอนที่ยังกอดได้อยู่หรือเปล่า

ที่ทำให้เรื่องนี้ดูแล้วหน่วงๆ ในใจคือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องผีหลอกหรือบ้านเฮี้ยน แต่มันเล่าเรื่องแรงปรารถนาดิบๆ ของคนโตๆ ที่เราทุกคนเคยเป็น ทั้งอยากมีมากกว่านี้ อยากเป็นที่รักมากกว่านี้ อยากให้ค่ำคืนมันไม่เงียบเกินไป ความใกล้ชิดระหว่างคู่รักในเรื่องเลยมีทั้งมุมอ่อนโยนและมุมร้อนรุ่มปนกันไป เหมือนเวลาเขากระซิบกันในห้องนอนแคบๆ ท่ามกลางเสียงไม้ลั่น หรือเวลาสัมผัสกันเบาๆ แล้วต้องชะงักเพราะรู้สึกว่าผนังกำลังมองอยู่ มันทั้งเย้ายวนทั้งว้าเหว่ในคราวเดียว บ้านในเรื่องก็เลยเหมือนคนรักอีกคนหนึ่งที่ทั้งดึงดูดทั้งเรียกร้อง ยิ่งเราอยากครอบครองมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอยากครอบครองเรากลับมากขึ้นเท่านั้น ความเหงา ความโลภ ความหลงใหล มันค่อยๆ ซึมเข้าผนังไปพร้อมๆ กับฝุ่นเลย

ถ้าเพื่อนถามว่าควรเสียเวลาดูไหม บอกเลยว่าต้องดูสักครั้งเพราะงานแอนิเมชันสต็อปโมชันมันสวยประณีตมาก รายละเอียดในบ้านแต่ละยุคทำถึงจนอยากเอามือลูบจอ ทั้งลูกไม้บนหมอน ทั้งรอยแตกลายบนเพดาน ดูแล้วรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นจริงๆ การเล่าแบบสามช่วงเวลาก็ทำให้ไม่เบื่อเลย แต่ละตอนมีเสน่ห์ของตัวเอง มีทั้งตลกร้าย ทั้งโรแมนติกขมๆ ทั้งหลอนเบาๆ ที่ทิ้งให้คิดต่อหลังดูจบ ส่วนเสียงพากย์ก็ดีแบบขนลุก ทั้ง Mia Goth, Matthew Goode, Claudie Blakley ไปจนถึง Jarvis Cocker คือเอาอยู่ทุกคน ถ่ายทอดทั้งความรัก ความหึง ความเหงา ออกมาได้แบบผู้ใหญ่ๆ เข้าใจง่าย ดูจบแล้วอาจจะทำให้เรากลับมามองห้องนอนของตัวเองแล้วถามเบาๆ ว่าสิ่งที่เรากำลังโหยหาอยู่จริงๆ มันคือบ้านที่สวยกว่านี้ หรือแค่อ้อมกอดที่อุ่นกว่านี้กันแน่

ดู The House ออนไลน์

นักแสดง

Mia Goth

Mia Goth

Mabel (voice)
Matthew Goode

Matthew Goode

Raymond (voice)
Claudie Blakley

Claudie Blakley

Penelope (voice)
E

Eleanor De Swaef-Roels

Isobel (voice)
Mark Heap

Mark Heap

Mr. Thomas (voice)
Stephanie Cole

Stephanie Cole

Great Aunt Eleanor (voice)
Miranda Richardson

Miranda Richardson

Aunt Clarice (voice)
D

David Peacock

Uncle Lucien (voice)
B

Barnaby Pilling

Van Schoonbeek (voice)
Jarvis Cocker

Jarvis Cocker

Developer (voice)
Sven Wollter

Sven Wollter

Odd Couple (voice)
Yvonne Lombard

Yvonne Lombard

Odd Couple (voice)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ