A Cappella

A Cappella

อะแคปเปลลา
★ 5.1/10 2016 132 นาที อีโรติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง A Cappella

เรื่องย่อ A Cappella

ถ้าปล่อยมือในคืนนี้ เคียวโกะ (Kyoko Noma) รู้ดีว่าเธอจะเสียทุกอย่างไปพร้อมกันเลย ทั้งผู้ชายที่เธอรักจนยอมทิ้งทุกกฎเกณฑ์ ทั้งความกล้าที่จะเป็นตัวเองโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร และทั้งความรู้สึกมีชีวิตชีวาครั้งแรกที่เธอเพิ่งค้นเจอ แล้วเธอก็อดย้อนกลับไปมองไม่ได้ว่าตัวเองเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จากเด็กสาวจากโตเกียวที่ต้องย้ายตามพ่ออย่าง โคอิจิ (Koichi Noma) มาอยู่ที่เซนไดแบบไม่เต็มใจนัก เธอไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าที่สักแห่งที่เธอจะหายใจได้เต็มปอด ไม่ต้องเป็นเด็กดีในสายตาแม่ ไม่ต้องเป็นนักเรียนเรียบร้อยในสายตาครู เธอแค่อยากเจอใครสักคนที่มองเห็นตัวตนข้างในของเธอจริง ๆ แล้วคนคนนั้นก็ดันปรากฏตัวขึ้นในชุดนักเรียนเก่า ๆ พร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้ใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ คนคนนั้นคือ วาตารุ (Wataru Domoto) รุ่นพี่หนุ่มที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่สนใจโลก แต่จริง ๆ แล้วแบกความฝันและความเหงาไว้เต็มสองบ่า เขาชวนเคียวโกะเข้ามาในกลุ่มร้องเพลงแบบอะแคปเปลลาวงเล็ก ๆ ที่ไม่มีเครื่องดนตรี ไม่มีสปอนเซอร์ มีแค่เสียงของพวกเราเพียว ๆ ซึ่งสมาชิกแต่ละคนก็พกแผลในใจกันมาคนละแบบ ทั้งเอมะ (Ema Takamiya) เพื่อนสาวสวยที่ดูมั่นใจแต่ข้างในเปราะบางเหลือเกิน และยูนโนะสุเกะ (Yunosuke Seki) ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่อบอุ่น สุขุม และมองเคียวโกะด้วยสายตาที่อ่านยากเหลือเกิน ความสัมพันธ์ของทั้งสี่คนเริ่มจากเสียงเพลงที่ประสานกันอย่างสวยงาม ก่อนจะค่อย ๆ เพี้ยนไปทีละโน้ตเมื่อความใกล้ชิดกลายเป็นความหวง ความชื่นชมกลายเป็นแรงปรารถนา และมิตรภาพเริ่มมีเส้นบาง ๆ ของความรักซ้อนทับจนแยกไม่ออกว่าใครรู้สึกกับใครกันแน่ บรรยากาศรอบตัวพวกเขาคือญี่ปุ่นปลายยุคหกศูนย์ที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความเปลี่ยนแปลง เซนไดในฤดูหนาวที่ลมเย็นจนแสบแก้ม ตึกเรียนไม้เก่า ๆ ร้านแจ๊สบาร์เล็ก ๆ ที่แอบเปิดเพลงเสียงเบา ร้านหนังสือมือสอง และห้องซ้อมแคบ ๆ ที่แค่ขยับตัวก็ชนไหล่กันแล้ว ทุกที่มันชวนให้ใจเต้นแรงแบบบอกไม่ถูก เสียงร้องประสานแบบไม่มีดนตรีประกอบมันเลยยิ่งเปลือยยิ่งจริง เหมือนความรู้สึกของพวกเขาที่ไม่มีอะไรมาบังหน้า ไม่มีผู้ใหญ่คอยประคอง ไม่มีอนาคตที่การันตี มีแต่ลมหายใจอุ่น ๆ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ และสายตาที่มองกันนานเกินกว่าคำว่าเพื่อน ยิ่งพอตกกลางคืนที่หิมะเริ่มโปรย แสงไฟสลัว ๆ ในห้องแคบ ๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกสัมผัส ทุกคำกระซิบ มันชัดเจนและอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันจี๊ดใจมาก ๆ คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่มันเล่าถึงความเหงาของผู้ใหญ่ตอนต้นที่กำลังจะก้าวข้ามวัย ทุกตัวละครต่างอยากถูกรัก อยากถูกต้องการ อยากมีใครสักคนยืนยันว่าตัวเองมีตัวตนอยู่จริง โทนของเรื่องเลยจะนุ่ม ละมุน แต่ก็แอบขมอยู่ในที เหมือนฟังเพลงเพราะ ๆ ที่ร้องโดยคนที่เสียงสั่นเพราะกำลังจะร้องไห้ ฉากใกล้ชิดของเคียวโกะกับวาตารุ หรือความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับยูนโนะสุเกะ มันไม่ได้มาเพื่อยั่วอย่างเดียว แต่มาเพื่อบอกว่าเวลาที่คนสองคนเปล่าเปลือยทั้งกายทั้งใจต่อกัน มันทั้งสวยงาม ทั้งน่ากลัว และทั้งเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลแบบไม่มีวันย้อนกลับ บอกเลยว่าถ้าชอบหนังรักดราม่าที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องลองเปิดใจดู นารุมิ ริโกะ ในบทเคียวโกะเล่นดีมากจนเราลืมไปเลยว่านี่คือการแสดง เธอถ่ายทอดทั้งความใส ความดื้อ และความเร่าร้อนของผู้หญิงที่พร้อมทุ่มทั้งตัวเพื่อความรักได้อย่างน่าเชื่อสุด ๆ ส่วน โซสุเกะ อิเคมัตสึ ในบทวาตารุก็มีเสน่ห์แบบหนุ่มติสต์ที่ทั้งน่าหมั่นไส้ทั้งน่ากอดในคนเดียวกัน ขณะที่ ทาคุมิ ไซโต้ ในบทยูนโนะสุเกะก็มาเติมความอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่ทำให้ทุกฉากที่เขาอยู่ด้วยแล้วใจสั่นไปหมด เคมีของทั้งสามคนบวกกับเพื่อน ๆ อย่างเอมะ เซ็ตสึโกะ (Setsuko Domoto) และจูริ (Juri) มันทำให้เราอินจนเหมือนนั่งอยู่ในห้องซ้อมกับพวกเขาด้วย ดูจบแล้วมันจะหน่วง ๆ เหมือนเพลงท่อนสุดท้ายที่จบไปแล้วแต่เสียงยังก้องอยู่ในหู ใครที่เคยมีความรักที่รู้ว่าผิดแต่ก็ห้ามใจไม่ได้ เรื่องนี้จะกระแทกใจแรงมาก

เรื่องย่อ A Cappella

ถ้าปล่อยมือในคืนนี้ เคียวโกะ (Kyoko Noma) รู้ดีว่าเธอจะเสียทุกอย่างไปพร้อมกันเลย ทั้งผู้ชายที่เธอรักจนยอมทิ้งทุกกฎเกณฑ์ ทั้งความกล้าที่จะเป็นตัวเองโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร และทั้งความรู้สึกมีชีวิตชีวาครั้งแรกที่เธอเพิ่งค้นเจอ แล้วเธอก็อดย้อนกลับไปมองไม่ได้ว่าตัวเองเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จากเด็กสาวจากโตเกียวที่ต้องย้ายตามพ่ออย่าง โคอิจิ (Koichi Noma) มาอยู่ที่เซนไดแบบไม่เต็มใจนัก เธอไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าที่สักแห่งที่เธอจะหายใจได้เต็มปอด ไม่ต้องเป็นเด็กดีในสายตาแม่ ไม่ต้องเป็นนักเรียนเรียบร้อยในสายตาครู เธอแค่อยากเจอใครสักคนที่มองเห็นตัวตนข้างในของเธอจริง ๆ แล้วคนคนนั้นก็ดันปรากฏตัวขึ้นในชุดนักเรียนเก่า ๆ พร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้ใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ

คนคนนั้นคือ วาตารุ (Wataru Domoto) รุ่นพี่หนุ่มที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่สนใจโลก แต่จริง ๆ แล้วแบกความฝันและความเหงาไว้เต็มสองบ่า เขาชวนเคียวโกะเข้ามาในกลุ่มร้องเพลงแบบอะแคปเปลลาวงเล็ก ๆ ที่ไม่มีเครื่องดนตรี ไม่มีสปอนเซอร์ มีแค่เสียงของพวกเราเพียว ๆ ซึ่งสมาชิกแต่ละคนก็พกแผลในใจกันมาคนละแบบ ทั้งเอมะ (Ema Takamiya) เพื่อนสาวสวยที่ดูมั่นใจแต่ข้างในเปราะบางเหลือเกิน และยูนโนะสุเกะ (Yunosuke Seki) ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่อบอุ่น สุขุม และมองเคียวโกะด้วยสายตาที่อ่านยากเหลือเกิน ความสัมพันธ์ของทั้งสี่คนเริ่มจากเสียงเพลงที่ประสานกันอย่างสวยงาม ก่อนจะค่อย ๆ เพี้ยนไปทีละโน้ตเมื่อความใกล้ชิดกลายเป็นความหวง ความชื่นชมกลายเป็นแรงปรารถนา และมิตรภาพเริ่มมีเส้นบาง ๆ ของความรักซ้อนทับจนแยกไม่ออกว่าใครรู้สึกกับใครกันแน่

บรรยากาศรอบตัวพวกเขาคือญี่ปุ่นปลายยุคหกศูนย์ที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความเปลี่ยนแปลง เซนไดในฤดูหนาวที่ลมเย็นจนแสบแก้ม ตึกเรียนไม้เก่า ๆ ร้านแจ๊สบาร์เล็ก ๆ ที่แอบเปิดเพลงเสียงเบา ร้านหนังสือมือสอง และห้องซ้อมแคบ ๆ ที่แค่ขยับตัวก็ชนไหล่กันแล้ว ทุกที่มันชวนให้ใจเต้นแรงแบบบอกไม่ถูก เสียงร้องประสานแบบไม่มีดนตรีประกอบมันเลยยิ่งเปลือยยิ่งจริง เหมือนความรู้สึกของพวกเขาที่ไม่มีอะไรมาบังหน้า ไม่มีผู้ใหญ่คอยประคอง ไม่มีอนาคตที่การันตี มีแต่ลมหายใจอุ่น ๆ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ และสายตาที่มองกันนานเกินกว่าคำว่าเพื่อน ยิ่งพอตกกลางคืนที่หิมะเริ่มโปรย แสงไฟสลัว ๆ ในห้องแคบ ๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกสัมผัส ทุกคำกระซิบ มันชัดเจนและอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันจี๊ดใจมาก ๆ คือมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่มันเล่าถึงความเหงาของผู้ใหญ่ตอนต้นที่กำลังจะก้าวข้ามวัย ทุกตัวละครต่างอยากถูกรัก อยากถูกต้องการ อยากมีใครสักคนยืนยันว่าตัวเองมีตัวตนอยู่จริง โทนของเรื่องเลยจะนุ่ม ละมุน แต่ก็แอบขมอยู่ในที เหมือนฟังเพลงเพราะ ๆ ที่ร้องโดยคนที่เสียงสั่นเพราะกำลังจะร้องไห้ ฉากใกล้ชิดของเคียวโกะกับวาตารุ หรือความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับยูนโนะสุเกะ มันไม่ได้มาเพื่อยั่วอย่างเดียว แต่มาเพื่อบอกว่าเวลาที่คนสองคนเปล่าเปลือยทั้งกายทั้งใจต่อกัน มันทั้งสวยงาม ทั้งน่ากลัว และทั้งเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลแบบไม่มีวันย้อนกลับ

บอกเลยว่าถ้าชอบหนังรักดราม่าที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องลองเปิดใจดู นารุมิ ริโกะ ในบทเคียวโกะเล่นดีมากจนเราลืมไปเลยว่านี่คือการแสดง เธอถ่ายทอดทั้งความใส ความดื้อ และความเร่าร้อนของผู้หญิงที่พร้อมทุ่มทั้งตัวเพื่อความรักได้อย่างน่าเชื่อสุด ๆ ส่วน โซสุเกะ อิเคมัตสึ ในบทวาตารุก็มีเสน่ห์แบบหนุ่มติสต์ที่ทั้งน่าหมั่นไส้ทั้งน่ากอดในคนเดียวกัน ขณะที่ ทาคุมิ ไซโต้ ในบทยูนโนะสุเกะก็มาเติมความอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่ทำให้ทุกฉากที่เขาอยู่ด้วยแล้วใจสั่นไปหมด เคมีของทั้งสามคนบวกกับเพื่อน ๆ อย่างเอมะ เซ็ตสึโกะ (Setsuko Domoto) และจูริ (Juri) มันทำให้เราอินจนเหมือนนั่งอยู่ในห้องซ้อมกับพวกเขาด้วย ดูจบแล้วมันจะหน่วง ๆ เหมือนเพลงท่อนสุดท้ายที่จบไปแล้วแต่เสียงยังก้องอยู่ในหู ใครที่เคยมีความรักที่รู้ว่าผิดแต่ก็ห้ามใจไม่ได้ เรื่องนี้จะกระแทกใจแรงมาก

ดู A Cappella ออนไลน์

นักแสดง

成海璃子

成海璃子

Kyoko Noma
池松壮亮

池松壮亮

Wataru Domoto
斎藤工

斎藤工

Yunosuke Seki
遠藤新菜

遠藤新菜

Ema Takamiya
松本若菜

松本若菜

Setsuko Domoto
藤田朋子

藤田朋子

Aiko Chiba
光石研

光石研

Koichi Noma
斉藤とも子

斉藤とも子

仁村紗和

仁村紗和

Juri

ป้ายกำกับ