Tommy Gormleyนักแสดง

Tommy Gormley

ผลงานบนเว็บ 1 เรื่อง ซีรีส์ 0 หนัง 1

ผลงานของ Tommy Gormley

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2009
Drag Me to Hell
01

Drag Me to Hell

กระชากลงหลุม

6.5
ระทึกขวัญสยองขวัญ

ถ้าได้เห็น คริสทีน บราวน์ (Christine Brown) หัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มอย่าง เคลย์ ดาลตัน (Clay Dalton) ในช่วงแรก คุณคงเผลอคิดไปว่านี่คือเรื่องราวอบอุ่นของคนสองคนที่กำลังช่วยกันสร้างอนาคตด้วยกัน แดดอ่อน ๆ ในลอสแอนเจลิส ห้องเช่าเล็ก ๆ ที่ตกแต่งกันเองอย่างตั้งใจ แผนจะขยับขยายงานธนาคาร แผนจะทำให้พ่อแม่ของฝ่ายชายยอมรับ ทุกอย่างมันดูเรียบง่ายและน่าเอาใจช่วยไปหมดเลย จนเราลืมไปว่าหนังผีที่ดีมันมักจะเริ่มจากชีวิตที่ปกติที่สุดนี่แหละ แล้วอยู่ ๆ อากาศรอบตัวคริสทีนก็เริ่มเย็นลงอย่างไม่มีเหตุผล เสียงแปลก ๆ เงาวูบ ๆ ในหางตา และความรู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ตลอดเวลา ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันที่เคยสดใสของเธอ สิ่งที่ผูกคริสทีนกับเคลย์ไว้ด้วยกันแน่นมาก คือความเข้าใจและความหวังดีที่มีให้กันแบบไม่มีเงื่อนไขเลย คริสทีนที่รับบทโดย Alison Lohman เป็นผู้หญิงเก่ง มุ่งมั่น อยากพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอสำหรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร และดีพอสำหรับครอบครัวที่มีหน้ามีตาของเคลย์ ส่วนเคลย์ที่เล่นโดย Justin Long ก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหนุ่มจิตใจดี รักแฟนมาก พร้อมจะเข้าข้างเธอเสมอยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องเหนือธรรมชาติที่เขามองด้วยเหตุผลล้วน ๆ ความน่ารักของทั้งคู่อยู่ตรงนี้แหละ คือต่างคนต่างอยากเป็นอนาคตให้กัน แต่แล้วการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่โต๊ะทำงานก็กลายเป็นรอยร้าวแรก เมื่อคุณยาย มิสซิสกานุช (Mrs. Ganush) ที่รับบทโดย Lorna Raver เดินกระเผลกเข้ามาขอยืดเวลาจำนองบ้านด้วยสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต คริสทีนที่กำลังอยากโชว์ความเด็ดขาดให้เจ้านายเห็นเลยเลือกปฏิเสธไป ทั้งที่ใจก็สั่น ๆ อยู่เหมือนกัน เธอไม่รู้เลยว่าคำว่าไม่คำเดียวนั้นจะไปสะกิดความแค้นอันน่ากลัวเข้าให้ หลังจากวันนั้นชีวิตของคริสทีนก็เหมือนถูกดึงให้เอียงลงทีละนิดแบบหยุดไม่ได้ จากพนักงานสาวอนาคตไกลที่ยิ้มเก่ง เธอเริ่มนอนไม่หลับ สะดุ้งกับทุกเสียงเคาะ ฝันร้ายซ้ำ ๆ จนแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนหลอน เธอเชื่อสุดใจว่าตัวเองโดนคำสาปของหญิงชราสาปให้มีวิญญาณร้ายตามติดไปอีกสามวัน แล้วจะถูกลากลงไปในที่ที่มืดที่สุด แต่ยิ่งเธอพยายามอธิบายให้เคลย์ฟังด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เขาก็ยิ่งมองเธอด้วยความเป็นห่วงปนไม่เชื่อ แล้วมันเจ็บกว่าผีหลอกอีกนะเวลาที่คนที่เรารักที่สุดมองเราเหมือนเราคิดไปเอง ความโดดเดี่ยวตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องมันบีบหัวใจ เธอเลยต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยตัวเอง วิ่งไปหาหมอดูอย่าง ราม จาส (Rham Jas) และพิธีกรรมของ ฌอน ซาน เดนา (Shaun San Dena) ทั้งที่ลึก ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าความช่วยเหลือแบบนี้จะพาเธอพ้นไปได้จริงหรือจะยิ่งดึงเธอให้ดำดิ่งลงไปกว่าเดิม จริง ๆ แล้วความน่ากลัวของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตุ๊กแก เสียงกระซิบ หรือเงาดำที่โผล่มาให้ตกใจ แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจคริสทีนไม่หยุดเลย เธอถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าถ้าวันนั้นใจอ่อนสักนิด เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นใช่ไหม แล้วคนดี ๆ อย่างเธอสมควรต้องเจออะไรแบบนี้เลยเหรอ หนังค่อย ๆ พาเราไปอยู่ตรงกลางระหว่างความเชื่อกับเหตุผล ระหว่างโลกของเคลย์ที่บอกว่าทุกอย่างพิสูจน์ได้ กับโลกของคริสทีนที่สัมผัสได้ด้วยทั้งตัวว่ามีบางอย่างกำลังรอเอาคืนอยู่ มันคือภาวะที่ต้องเลือกระหว่างการยอมรับว่าตัวเองพลาดไปแล้ว กับการสู้สุดใจเพื่อทวงชีวิตเดิมกลับมา ยิ่งเธอดิ้น แรงดึงลึกลับนั้นก็ยิ่งกระชากแรงขึ้น เหมือนกำลังทดสอบว่าใจคนเราจะแข็งพอแค่ไหนเวลาที่ไม่มีใครยืนข้างเราเลย ใครที่ชอบหนังผีที่มีหัวใจ มีความรักให้เอาใจช่วย และมีจังหวะหลอนแบบมาเป็นระลอกจนต้องเอามือจิกเบาะ แนะนำให้เปิดใจดูเรื่องนี้แบบไม่ต้องหาข้อมูลเยอะเลย ปล่อยให้ตัวเองค่อย ๆ เอาใจช่วยคริสทีนไปพร้อมกับเคลย์ ลุ้นว่าเขาจะก้าวข้ามกำแพงความไม่เชื่อมาโอบเธอไว้ทันไหม และลุ้นว่าเธอจะหาทางล้างคำสาปนี้ได้ก่อนที่เวลานั้นจะหมดลงหรือเปล่า รับรองว่าดูจบแล้วจะต้องหันไปกอดคนข้าง ๆ แล้วถามกันเบา ๆ ว่าถ้าเป็นเรา เราจะกล้าพูดคำว่าปฏิเสธออกไปไหม

ดูเลย · พากย์ไทย