Simon McBurneyนักแสดง

Simon McBurney

ผลงานบนเว็บ 3 เรื่อง ซีรีส์ 0 หนัง 3

ผลงานของ Simon McBurney

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2015
Detective Conan: Sunflowers of Inferno
01

Detective Conan: Sunflowers of Inferno

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 19: ปริศนาทานตะวันมรณะ

6.1
ผจญลึกลับอาชญากรรมแอนนิเมชั่น

ถ้าเป็นโคนันที่ยืนมองภาพดอกทานตะวันสีเหลืองทองแล้วใจหนึ่งก็ทั้งทึ่งทั้งกังวลว่าใครกันนะที่จ้องจะทำลายความงามแบบนี้ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 19: ปริศนาทานตะวันมรณะ ก็เริ่มต้นจากความรู้สึกแบบนั้นเลยล่ะ เป็นความรู้สึกของเด็กตัวเล็ก ๆ ที่หัวใจเป็นนักสืบผู้ใหญ่ที่อยากปกป้องสิ่งที่ควรอยู่คู่โลกให้นานที่สุด เพื่อน ๆ ลองนึกภาพตามนะ ภาพวาดดอกทานตะวันของแวนโก๊ะที่ใคร ๆ ก็คิดว่าไหม้หายไปพร้อมไฟสงครามในญี่ปุ่นแล้ว อยู่ดี ๆ ก็มีข่าวว่ามันยังอยู่ แล้วคุณลุงซึซึกิ จิโรคิจิ ลุงของโซโนโกะเศรษฐีใจป้ำที่รักการท้าทายเป็นชีวิตจิตใจ ก็ดันประมูลมาได้ด้วยราคาที่ทำเอาทั้งวงการฮือฮา ลุงแกไม่ได้แค่อยากเก็บไว้ดูคนเดียวด้วยสิ แกประกาศออกทีวีเลยว่าจะรวบรวมภาพดอกทานตะวันทั้งเจ็ดภาพจากทั่วโลกมาจัดแสดงพร้อมกันเป็นครั้งแรกที่หอศิลป์เรย์คล็อกในญี่ปุ่น อยากให้คนทั้งโลกได้เห็นความเหลืองอร่ามที่แวนโก๊ะฝากไว้ก่อนจากไป ฟังดูอบอุ่นและยิ่งใหญ่มากใช่ไหมล่ะ แต่โคนันกลับยิ้มไม่ออกเต็มที่ เพราะเขารู้ดีว่ายิ่งของล้ำค่าและเป็นที่จับตามากเท่าไร เงามืดที่จ้องจะเข้ามาก็ยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเท่านั้น แล้วความตั้งใจดีของลุงจิโรคิจิที่จะแบ่งปันความงามให้ทุกคน จะกลายเป็นประตูที่เปิดให้อันตรายเดินเข้ามาหรือเปล่า นั่นคือคำถามที่ค้างอยู่ในใจโคนันตั้งแต่ข่าวนี้ออกเลย สิ่งที่โคนันอยากทำที่สุดก็ชัดเจนมาก คืออยากให้งานนี้ผ่านไปอย่างปลอดภัย อยากให้ภาพทั้งเจ็ดได้อยู่ด้วยกันอย่างสง่างามสมกับที่รอดผ่านกาลเวลามาได้ แต่สิ่งที่ขวางเขาอยู่มันไม่ใช่แค่กุญแจหรือกล้องวงจรปิดนะ มันคือใจคนนี่แหละ ลุงจิโรคิจิจัดเต็มด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญและบอดี้การ์ดระดับหัวกะทิที่เรียกกันว่ากลุ่มซามูไรทั้งเจ็ดมาดูแลงานนี้โดยเฉพาะ แถมหนึ่งในนั้นยังมีโมริ โคโกโร่ คุณลุงนักสืบขี้โม้แต่ใจดีรวมอยู่ด้วย บรรยากาศตอนเตรียมงานเลยดูทั้งขึงขังและวุ่นวายปน ๆ กันไป ทั้งการวางแผนรักษาความปลอดภัย การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน การดูแลอุณหภูมิแสงไฟที่จะไม่ทำร้ายภาพวาด ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่งานแสดงธรรมดา แต่เป็นความฝันของคนรักศิลปะทั่วโลก แล้วเรื่องก็เริ่มตึงขึ้นจริง ๆ ตอนที่มีการขนย้ายภาพวาดจากนิวยอร์กกลับมาญี่ปุ่นทางเครื่องบิน ใครจะคิดล่ะว่าการเดินทางบนฟ้าที่ควรจะราบรื่นจะกลายเป็นการเผชิญหน้ากลางอากาศ เมื่อจอมโจรคิดโผล่มาอย่างอุกอาจจนเกือบทำให้ผู้โดยสารต้องเจอกับอันตรายถึงชีวิต จากงานเฉลิมฉลองความงามเลยกลายเป็นข่าวระทึกในชั่วข้ามคืน ทุกคนเริ่มถามกันว่า คิดต้องการภาพวาดจริง ๆ หรือต้องการอะไรกันแน่ แล้วทำไมต้องเลือกจังหวะที่เสี่ยงขนาดนี้ด้วย โคนันที่มองอยู่ห่าง ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล เพราะปกติคิดจะมีสไตล์ของตัวเอง มีความเนียน มีมารยาทโจรแบบแปลก ๆ แต่ครั้งนี้มันดูดุดันและรีบร้อนจนไม่เหมือนเดิมเลย ยิ่งเรื่องเดินไป ความสับสนก็ยิ่งหนาขึ้นไปอีก เพราะดันมีคนเห็นคุโด้ ชินอิจิ โผล่มาในที่ที่ไม่ควรโผล่ ทั้งที่ตัวจริงของชินอิจิก็คือโคนันที่ยืนตัวเล็กอยู่ตรงนี้นี่เอง รันที่คิดถึงชินอิจิจับใจก็ยิ่งใจสั่น โซโนโกะก็ตื่นเต้น ส่วนโคนันเองก็อึดอัดที่สุด เพราะเขาอยากจะบอกความจริงแต่ก็บอกไม่ได้ อยากจะปกป้องรันแต่ก็ต้องรักษาความลับไว้ก่อน ความสัมพันธ์รอบตัวเลยกลายเป็นทั้งแรงผลักและโซ่ที่รั้งเขาไว้ในเวลาเดียวกัน เขาต้องคอยมองทั้งภาพวาด ทั้งคิด ทั้งคนรอบข้างที่อาจตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันลุงจิโรคิจิที่ดูเหมือนจะมั่นใจและบ้าบิ่นก็มีมุมที่อ่อนโยนมากนะ แกไม่ได้อยากเอาชนะใคร แกแค่อยากชดเชยสิ่งที่ญี่ปุ่นเคยสูญเสียไปในสงคราม อยากให้ดอกทานตะวันที่เคยไหม้ไปแล้วได้กลับมาเบ่งบานอีกครั้งต่อหน้าคนรุ่นใหม่ โมริ โคโกโร่เองถึงจะดูตลก ๆ ชอบคุยโว แต่พอถึงเวลาต้องดูแลคนอื่น แกก็เอาจริงเอาจังจนโคนันยังแอบนับถือในใจ ส่วนรันกับโซโนโกะและผองเพื่อนอย่างพวกเด็ก ๆ นักสืบเยาวชนก็คอยเติมความอบอุ่นให้เรื่อง เหมือนเป็นแสงเหลืองนวล ๆ ท่ามกลางความตึงเครียด ทำให้โคนันนึกเสมอว่าเขาไม่ได้สู้เพื่อไขปริศนาอย่างเดียว แต่สู้เพื่อให้รอยยิ้มของคนที่มาดูภาพได้อยู่จนจบงานด้วย เสน่ห์ที่ทำให้เราดูแล้วอิ่มใจมาก ๆ คือการที่เรื่องเอาความนิ่งสงบของศิลปะมาวางคู่กับความไม่แน่นอนของคดีได้อย่างลงตัว ลองนึกถึงภาพดอกทานตะวันเจ็ดภาพที่แต่ละภาพมีประวัติเดินทางผ่านสงคราม การสูญหาย การเปลี่ยนมือเจ้าของ บางภาพเคยเกือบถูกทำลาย บางภาพต้องข้ามทวีปกว่าจะได้กลับมาเจอกัน มันเลยไม่ใช่แค่สีน้ำมันบนผ้าใบ แต่เป็นเหมือนชีวิตของใครหลายคนที่ฝากความหวังไว้ พอได้มารวมกันอยู่ในห้องเดียวกัน แสงไฟที่ส่องลงมามันเลยดูศักดิ์สิทธิ์อย่างบอกไม่ถูก โคนันเองก็มองภาพเหล่านี้ด้วยสายตาที่ต่างจากคนอื่น เขาไม่ได้มองแค่ราคาหรือชื่อเสียง แต่เขามองว่ามีใครบ้างที่รักภาพนี้จนยอมเสี่ยง และมีใครบ้างที่อ้างความรักแต่จริง ๆ แล้วอยากครอบครองจนยอมทำลาย ทุกการเคลื่อนไหวในหอศิลป์เลยมีความหมายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรอยขีดข่วนเล็ก ๆ สัญญาณเตือนที่ดังขึ้นผิดจังหวะ หรือคำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไรของเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างชวนให้เราคิดตามไปกับโคนันว่าเส้นแบ่งระหว่างการชื่นชมกับการอยากเป็นเจ้าของมันอยู่ตรงไหนกันแน่ แล้วเราจะปกป้องของล้ำค่าโดยไม่กักขังความงามของมันไว้ได้อย่างไร ใครที่ชอบดูหนัง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 19: ปริศนาทานตะวันมรณะ เต็มเรื่อง แบบค่อย ๆ ละเลียดบรรยากาศ จะต้องหลงรักช่วงที่กล้องพาเราเดินดูภาพไปพร้อมเสียงเพลงเบา ๆ สลับกับจังหวะหัวใจเต้นแรงตอนเกิดเหตุไม่คาดฝันแน่นอน เพราะมันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งในผู้ชมในหอนั้นจริง ๆ ที่ทั้งตื่นตาและต้องช่วยกันลุ้น ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร ก็ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับแทบทุกคนในบ้านนั่นแหละ ใครที่เป็นแฟนประจำอยู่แล้วจะยิ่งสนุก เพราะนี่คือหนังของ โคนันกับจอมโจรคิดที่ได้มาเจอกันในเวอร์ชันที่ทั้งเท่ทั้งชวนปวดหัว มีทั้งการไล่ล่า การหักเหลี่ยมเฉือนคม และโมเมนต์ที่ทำให้เราต้องอมยิ้มตามประสาคู่กัดที่ต่างก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง ส่วนคนที่ไม่เคยดูโคนันมาก่อนก็ดูรู้เรื่องนะ เพราะแกนหลักมันชัดเจนมากคือการตามหาความจริงท่ามกลางงานศิลปะที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ดูกับครอบครัวก็ดีมาก เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวเกินไป มีแต่ความลุ้น ความผูกพัน และบทเรียนเรื่องการเห็นคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมที่เล่าออกมาแบบนุ่มนวล ไม่ยัดเยียด ดูคนเดียวตอนกลางคืนเหงา ๆ ก็อบอุ่นใจ เพราะสีเหลืองของทานตะวันมันฮีลใจจริง ๆ ดูกับเพื่อนสายสืบสวนก็ยิ่งสนุก เพราะจะได้ช่วยกันเดาว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครพูดจริงใครพูดไม่หมด แล้วพอหนังจบเราจะยังนึกถึงภาพดอกทานตะวันที่หันหน้าเข้าหาแสงเสมอ แม้ในวันที่เมฆบัง มันก็ยังพยายามจะบานต่อไปให้ได้ เหมือนใจของโคนันและของลุงจิโรคิจินั่นแหละ ที่ต่อให้เจอเรื่องร้ายแค่ไหนก็ยังเลือกจะปกป้องความงามไว้ก่อน แล้วค่อยไปหาคำตอบกันทีหลังว่าเงามืดนั้นมาจากไหนกันแน่

ดูเลย · พากย์ไทย