Pablo Molineroนักแสดง

Pablo Molinero

ผลงานบนเว็บ 2 เรื่อง ซีรีส์ 0 หนัง 2

ผลงานของ Pablo Molinero

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
#1 แนะนำ 2008
Synecdoche, New York
01

Synecdoche, New York

นายนักคิด กับโลกเนรมิตกลางเมือง

7.5
หนังชีวิต

ลองนึกภาพตอนเช้าที่ Caden Cotard ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงแปลก ๆ ในร่างกายของตัวเองดูสิ ทั้งเจ็บคอ ปวดข้อ มีอะไรติด ๆ ขัด ๆ ไปหมดจนเขาต้องนั่งเช็กตัวเองทีละจุดเหมือนคนกำลังระแวงว่าเวลาของตัวเองกำลังหมดลงหรือเปล่า ทั้งที่ภายนอกเขาดูเหมือนผู้ชายที่ชีวิตเข้าที่เข้าทาง เป็นผู้กำกับละครเวทีที่มีคนนับถือ มีบ้าน มีครอบครัว แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความกลัวที่บอกใครไม่ได้เลยว่าถ้าวันหนึ่งร่างกายพังลงจริง ๆ แล้วชีวิตที่เหลืออยู่มันจะมีความหมายอะไรกันแน่ ความกังวลเล็ก ๆ ในตอนเช้าแบบนั้นแหละที่ค่อย ๆ ลามกลายเป็นคำถามก้อนใหญ่ที่เขาแบกไว้ตลอดทั้งเรื่อง ว่าถ้าจะเข้าใจชีวิตสักครั้งให้ทะลุปรุโปร่ง เขาต้องแลกด้วยอะไรบ้าง แล้วชีวิตของ Caden ที่รับบทโดย Philip Seymour Hoffman ก็เริ่มสั่นคลอนพร้อมกันทุกด้านแบบที่ตั้งตัวแทบไม่ทันเลย Adele Lack ภรรยาของเขา ที่เล่นโดย Catherine Keener ศิลปินสาวผู้มั่นใจในทางของตัวเองมากขึ้นทุกวัน เริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันแคบเกินไปสำหรับความฝันของเธอ เธอเลยเลือกหอบเอาลูกสาวตัวน้อยอย่าง Olive ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งให้ Caden อยู่กับบ้านที่เงียบลงเรื่อย ๆ กับคำถามว่าเขาเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดีพอหรือเปล่า ระหว่างนั้นก็ยังมี Hazel ที่รับบทโดย Samantha Morton สาวข้างบ้านผู้แสนอบอุ่นที่แอบมีใจให้เขาอย่างเงียบ ๆ กับ Claire Keen ที่ มิเชลล์ วิลเลียมส์ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างนุ่มนวล นักแสดงสาวในคณะที่มองเขาด้วยความชื่นชม ทุกความสัมพันธ์มันเลยเหมือนเชือกหลายเส้นที่ดึงเขาไปคนละทาง ทั้งอยากกอดใครไว้ อยากปล่อยใครไป และอยากวิ่งหนีตัวเองในเวลาเดียวกัน พอได้รับทุนก้อนใหญ่มาอย่างไม่คาดฝัน Caden ก็เลยตัดสินใจทำอะไรที่ไม่มีใครกล้าทำ เขาเช่าโกดังร้างขนาดยักษ์กลางนิวยอร์กแล้วเนรมิตให้มันกลายเป็นเมืองทั้งเมืองขึ้นมาบนเวที มีบ้าน มีถนน มีผู้คนเดินไปมา มีนักแสดงที่เล่นเป็นตัวเขาเอง เล่นเป็นภรรยา เล่นเป็นคนรัก เล่นเป็นเพื่อนร่วมงาน แล้วพอเรื่องราวในชีวิตจริงขยับ โลกจำลองข้างในก็ต้องขยับตาม จนต้องหานักแสดงมาเล่นเป็นนักแสดงอีกทีซ้อนกันไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ จากโรงละครที่ควรจะมีแค่ไฟกับฉากไม้ธรรมดา มันเลยกลายเป็นเขาวงกตที่มีชีวิตหายใจ มีฝนตก มีเวลากลางวันกลางคืนเป็นของตัวเอง บรรยากาศมันทั้งยิ่งใหญ่จนน่าตื่นตาและอึดอัดอย่างประหลาด เหมือนเรากำลังเดินเข้าไปในหัวของคนคนหนึ่งที่พยายามเก็บทุกอย่างไว้ไม่ให้หล่นหายเลยสักชิ้น สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันจุกอยู่ในใจคนดูไม่ใช่ความดราม่าหนัก ๆ แต่เป็นความเหงาแบบที่เราทุกคนน่าจะเคยรู้สึกกันมาบ้าง คือการอยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่ยังรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราจริง ๆ สักคน Caden ยิ่งพยายามจัดระเบียบชีวิตด้วยการเขียนบทและสั่งคัต มันก็ยิ่งเห็นชัดว่าชีวิตจริงมันไม่ยอมให้ใครคุมได้เลย ยิ่งเขาอยากซื่อสัตย์กับตัวเองมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเจอว่าตัวตนของคนเรามันไม่ได้มีแบบเดียว มันเปลี่ยนไปตามความทรงจำ ตามสายตาของคนที่รักเรา และตามเวลาที่ค่อย ๆ พรากอะไรไปจากเราทีละนิด หนังเลยพาเราไปนั่งอยู่กับความกลัวแก่ กลัวป่วย กลัวไม่เป็นที่รัก กลัวว่างานที่ทุ่มทั้งชีวิตอาจไม่ได้มีความหมายอย่างที่คิด พร้อมกับมีอารมณ์ขันขม ๆ แทรกมาบางจังหวะให้เรายิ้มทั้งที่น้ำตาคลอ แบบว่าเออ ชีวิตมันก็เปิ่น ๆ แบบนี้แหละ ถ้าคุณชอบหนังชีวิตที่ค่อย ๆ เล่า ค่อย ๆ ซึม ไม่ได้รีบเฉลยอะไร แต่ทิ้งพื้นที่ให้เราได้นั่งคิดต่อหลังดูจบ อยากชวนให้ลองเปิดใจให้ นายนักคิด กับโลกเนรมิตกลางเมือง หรือ Synecdoche, New York ดูสักครั้ง มันอาจไม่ใช่เรื่องที่ดูแล้วสบายใจหรือได้คำตอบสำเร็จรูปกลับบ้าน แต่มันจะเหมือนมีเพื่อนคนหนึ่งมานั่งเล่าให้ฟังว่าเขากลัวอะไร รักใคร และพยายามแค่ไหนกว่าจะเข้าใจตัวเอง แล้วบางทีระหว่างที่เรานั่งมองเมืองจำลองของ Caden เราอาจได้มองเห็นเศษเสี้ยวของชีวิตตัวเองซ้อนอยู่ตรงนั้นด้วยเหมือนกัน

ดูเลย · พากย์ไทย