
รับบทH.T.
นักแสดง
รับบทH.T.
#1 แนะนำ
2009 
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 13: ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ
เคยรู้สึกไหมว่ายิ่งเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ กลับยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นเท่านั้น ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 13: ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ เปิดมาด้วยความรู้สึกแบบนั้นเลย ความอึดอัดของเด็กชายคนหนึ่งที่รู้ความจริงมากกว่าที่พูดออกมาได้ แล้วต้องยืนอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ในห้องประชุมใหญ่โดยที่บอกใครไม่ได้ว่าอันตรายที่แท้จริงคืออะไร เรื่องราวเริ่มต้นจากจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการที่ส่งมาถึงโมริ โคโกโร่ ให้เข้าไปร่วมคลี่คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคดีใหญ่ที่มีเหยื่อมากถึงหกคน กระจายกันอยู่คนละจังหวัดทั่วประเทศเลยนะ ฟังดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นคดีต่างพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกัน แต่พอตำรวจเอาข้อมูลมากางรวมกันกลับพบว่ามันมีจุดเชื่อมบางอย่างที่ทำให้ต้องเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของใครคนเดียวกัน บรรยากาศตอนนั้นเลยทั้งใหญ่ทั้งกดดัน เพราะไม่ใช่แค่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่เสียใจ แต่เป็นความกลัวที่แผ่ไปทั่วว่าพรุ่งนี้จะมีรายต่อไปอีกไหม แล้วใครจะเป็นคนต่อไป โคโกโร่ก็เลยต้องเดินทางไปร่วมประชุมกับตำรวจจากหลายพื้นที่ ส่วนโคนันที่ตามไปด้วยในฐานะเด็กที่ติดสอยห้อยตามผู้ใหญ่ไปทุกที่ ก็ได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ สังเกตสีหน้าของทุกคนในห้องไปด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะสำหรับโคนัน คดีนี้ไม่ใช่แค่การหาว่าใครเป็นฆาตกร แต่คือการพิสูจน์ว่าเซนส์ของนักสืบในร่างเด็กคนนี้ยังไว้ใจได้อยู่ไหม ท่ามกลางคดีที่ใหญ่เกินตัวและเดิมพันสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ความรู้สึกของเขาตอนนั้นมันเหมือนยืนอยู่ตรงทางแยกที่มองไม่เห็นป้ายบอกทางเลย รู้แค่ว่าถ้าเดินผิดทางนิดเดียว ความจริงทั้งหมดอาจหลุดมือไปตลอดกาล สิ่งที่เปลี่ยนน้ำหนักของคดีนี้ไปเลยคือภาพเพียงชั่ววินาทีเดียวที่โคนันบังเอิญเห็น ในช่วงที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการประชุมเรื่องเหยื่อทั้งหก สายตาของเขาเหลือบไปเห็นนายตำรวจคนหนึ่งกำลังก้าวขึ้นรถของยิน สมาชิกตัวอันตรายขององค์กรชายชุดดำที่โคนันตามล่ามาตลอด ลองนึกภาพหัวใจของเด็กคนหนึ่งที่ต้องเก็บความลับเรื่ององค์กรนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิ อยู่ดี ๆ มาเห็นภาพแบบนั้นต่อหน้าต่อตา มันทั้งช็อกทั้งสับสนเลยนะ จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ต้องไล่หาตัวคนร้าย กลายเป็นคดีที่อาจมีเงาขององค์กรชายชุดดำทาบทับอยู่ข้างหลัง แล้วคำถามที่น่ากลัวที่สุดก็ผุดขึ้นมาในใจว่า ถ้าคนที่ถือกฎหมายอยู่ในมือดันเป็นพวกเดียวกับอาชญากร แล้วเราจะยังไว้ใจกระบวนการยุติธรรมได้อีกไหม โคนันเลยไม่มีทางถอยเลย เขาต้องไขคดีนี้ให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อคืนความยุติธรรมให้เหยื่อทั้งหกและครอบครัวที่ยังร้องไห้อยู่ แต่เพื่อไล่ตามเงาดำที่อาจกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดด้วย ความยากคือเขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ใครฟังไม่ได้ จะบอกว่าเขาคือคุโด้ ชินอิจิที่หดเล็กลงเพราะยา จะบอกว่าองค์กรนี้โหดเหี้ยมแค่ไหน จะบอกว่าตัวเองเคยเฉียดตายเพราะพวกนี้มาขนาดไหน ก็พูดออกไปตรง ๆ ไม่ได้เลยสักอย่าง เขาต้องแบกความลับไว้คนเดียว ค่อย ๆ เดินเกมอย่างระมัดระวังสุด ๆ ว่าจะเปิดเผยเบาะแสแค่ไหน จะเตือนคนรอบตัวอย่างไรโดยไม่ทำให้ทุกคนตกเป็นเป้าแทน ความโดดเดี่ยวนี่แหละที่ทำให้ภาคนี้ดูหม่นและจริงจังกว่าตอนอื่น เพราะโคนันไม่ได้สู้กับฆาตกรที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียว แต่สู้กับความกลัวในใจตัวเองด้วยว่า ถ้าพลาดไปเพียงก้าวเดียว คนที่รักอาจต้องเจ็บเพราะความลับของเขา พอเรื่องเดินไปเรื่อย ๆ เราจะได้เห็นเสน่ห์แบบโคนันขนานแท้ที่ค่อย ๆ ปูแล้วค่อย ๆ เร่งให้เราหายใจไม่ทั่วท้อง ช่วงแรกจะพาเราไปทำความรู้จักความใหญ่ของคดีผ่านจำนวนเหยื่อที่กระจายข้ามจังหวัด ผ่านความเชื่อมโยงเล็ก ๆ ที่ตำรวจแต่ละท้องที่เอามาต่อกันทีละชิ้น จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าแรงจูงใจคืออะไร ใครกันที่ได้ประโยชน์จากการทำให้คนหกคนที่อยู่ห่างกันต้องมาจบชีวิตแบบนี้ แล้วพอเงาขององค์กรชายชุดดำเข้ามาเกี่ยว จังหวะของเรื่องก็ตึงขึ้นแบบรู้สึกได้เลย จากห้องประชุมที่ดูเหมือนจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลธรรมดา กลายเป็นสนามชิงไหวชิงพริบทางความคิดที่ทุกคนต่างจับจ้องกันเอง โคนันในร่างเด็กเลยต้องใช้ทุกอย่างที่เขามี ทั้งสายตาช่างสังเกตที่เห็นรอยเล็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่มองข้าม ทั้งการปะติดปะต่อตรรกะจากจุดที่ไม่น่าเชื่อมกัน ทั้งไหวพริบในการเอาตัวรอดภายใต้ข้อจำกัดของร่างกายเด็กที่วิ่งก็ช้ากว่า สู้แรงก็ไม่ได้ แต่สมองไปไวกว่าใครทั้งหมด ระหว่างทางเราจะได้เห็นความสัมพันธ์รอบตัวที่คอยประคองเขาไว้ ทั้งรันที่ห่วงโคนันแบบน้องชายแท้ ๆ ทั้งโคโกโร่ที่ปากบ่นแต่ใจก็อยากปกป้องทุกคน ทั้งเพื่อน ๆ ในขบวนการนักสืบเยาวชนที่ยังเป็นความสดใสท่ามกลางความมืด ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนที่ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองในการตามหาความจริง ความอบอุ่นเล็ก ๆ พวกนี้แหละที่ตัดกับโทนมืดหม่นของโลกอาชญากรรมได้พอดี ทำให้เรารู้สึกว่าแม้โลกจะน่ากลัวแค่ไหน แต่ก็ยังมีคนที่อยากทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ โทนภาพและเสียงก็ช่วยขับความรู้สึกนี้มากเลยนะ ฉากกลางคืน ฉากไล่ล่า ฉากประชุมที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ทุกอย่างชวนให้เรานั่งเกร็ง ลุ้นตาม และเผลอคิดตามไปว่าเบาะแสชิ้นต่อไปจะพาไปใกล้ความจริง หรือพาไปตกหลุมกับดักกันแน่ ถ้าถามว่าเรื่องนี้เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบหนังสืบสวนที่ไม่ได้มีแค่ทริกว่าฆาตกรคือใคร แต่มีคำถามใหญ่กว่านั้นเรื่องความไว้ใจและการหักหลังให้ขบคิดตามไปด้วย ใครที่ติดตามเส้นเรื่ององค์กรชายชุดดำมานานแล้วรอจังหวะที่เส้นเรื่องใหญ่ขยับไปข้างหน้าอย่างมีความหมาย ภาคนี้จะทำให้ใจเต้นแรงเป็นพิเศษเลย เพราะมันคือการเผชิญหน้ากันตรง ๆ ระหว่างนักสืบตัวจิ๋วกับเงาดำที่เขาไล่ตามมาตลอด ไม่ใช่แค่คดีประจำตอนที่จบแล้วจบเลย แต่เป็นคดีที่ทำให้เรารู้สึกว่าทุกการตัดสินใจของโคนันมีราคาที่ต้องจ่ายจริง ๆ ส่วนคนที่ไม่ค่อยได้ดูโคนันมาทุกตอนก็ดูสนุกได้นะ เพราะโครงหลักคือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ที่ชวนให้เดา ชวนให้ลุ้น ชวนให้เอาใจช่วยตั้งแต่ต้นจนจบ ดูกับครอบครัวก็ได้เพราะมีความผูกพัน ความห่วงใย และการปกป้องกันและกันให้อิ่มใจ ดูคนเดียวตอนกลางคืนเงียบ ๆ ก็ได้อารมณ์ลุ้นระทึกแบบเต็ม ๆ หรือถ้าช่วงไหนรู้สึกเหงา ๆ อยากได้เรื่องที่ทั้งอบอุ่นทั้งตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้ตอบโจทย์เลย ใครที่กำลังหาเวลาว่างแล้วอยากดูหนัง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 13: ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ เต็มเรื่อง แบบค่อย ๆ ใช้เวลาซึมซับบรรยากาศ เราอยากชวนให้ลองเปิดใจดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่รีบกดข้าม แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงรักหนังของนักสืบตัวจิ๋วคนนี้ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องว่าเขาจะจับคนร้ายได้ไหม แต่คือเรื่องว่าเด็กคนหนึ่งจะรักษาหัวใจที่เชื่อในความยุติธรรมเอาไว้ได้อย่างไร ท่ามกลางโลกที่ความมืดพยายามกลืนกินทุกอย่างไปจนหมด
ดูเลย · พากย์ไทย