
รับบทPodcaster
นักแสดง
รับบทPodcaster
#1 แนะนำ
2009 
2012 วันสิ้นโลก
ลองนึกดูว่าถ้าเช้าวันหนึ่งพื้นดินที่เราเคยไว้ใจมาตลอดชีวิตเกิดไม่ไว้ใจขึ้นมาดื้อ ๆ จะรู้สึกยังไง ถนนในลอสแอนเจลิสที่เคยแค่รถติดน่าเบื่อเริ่มปริแตกเป็นร่องลึก ตึกสูงที่เคยตั้งตระหง่านเริ่มโยกเอนเหมือนโดนมือยักษ์ผลัก ส่วนท้องฟ้าเหนือแคลิฟอร์เนียที่เคยสดใสก็ขมุกขมัวไปด้วยฝุ่นควันและแรงสั่นสะเทือนแปลก ๆ ที่ดังมาจากใต้ดิน นั่นคือแรงกดดันที่ค่อย ๆ บีบเข้ามาแบบไม่ให้ใครได้ตั้งตัวเลย และที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันไม่ได้เกิดแค่จุดเดียว ตั้งแต่เยลโลว์สโตนที่บ่อน้ำพุร้อนเริ่มเดือดพล่านผิดปกติ ไปจนถึงชายฝั่งที่น้ำทะเลลดฮวบอย่างน่าขนลุก ทุกสัญญาณธรรมชาติกำลังกระซิบตรงกันว่าคำทำนายเก่าแก่ของชาวมายาเรื่องวันที่ 21 ธันวาคม 2012 อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่าสนุก ๆ อีกต่อไปแล้ว บรรยากาศทั้งเรื่องเลยอบอวลไปด้วยความอึดอัดร้อนรน เหมือนเรากำลังนั่งอยู่บนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะดังขึ้นเมื่อไหร่ ท่ามกลางโลกที่เริ่มส่งสัญญาณแบบนี้ เราจะได้เจอกับ Jackson Curtis (แจ็กสัน เคอร์ติส) ที่รับบทโดย จอห์น คูแซก เขาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไหนเลย เป็นแค่นักเขียนตกอับที่หนังสือขายไม่ออก ต้องขับรถรับจ้างไปวัน ๆ แถมชีวิตครอบครัวก็พังไปแล้วเรียบร้อย เขาหย่ากับ Kate Curtis (เคท เคอร์ติส) ที่รับบทโดย Amanda Peet คุณแม่ลูกสองที่ตอนนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหมอกระดูกอย่าง Gordon Silberman (กอร์ดอน ซิลเบอร์แมน) ส่วนลูก ๆ อย่าง Noah Curtis (โนอาห์) กับ Lilly Curtis (ลิลลี่) ก็กำลังอยู่ในวัยที่ต้องการพ่อที่สุด แจ็กสันเลยเหมือนคุณพ่อที่รู้ตัวว่าตัวเองเคยพลาดไปเยอะ และอยากขอโอกาสแก้ตัวสักครั้ง แรงผลักดันของเขาจึงเรียบง่ายมาก ไม่ได้อยากกอบกู้โลกเลย แค่อยากพาลูกไปเที่ยวเยลโลว์สโตนให้มีความสุขเหมือนพ่อทั่วไปก็พอ แต่ใครจะคิดว่าการเดินทางธรรมดา ๆ ครั้งนั้นจะพาเขาไปเจอความจริงบางอย่างเข้า เพราะในขณะที่ครอบครัวเล็ก ๆ กำลังง่วนกับการประคองความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่ โลกข้างนอกกำลังเดือดยิ่งกว่าหม้อต้ม ทางฝั่งนักวิทยาศาสตร์อย่าง Adrian Helmsley (เอเดรียน เฮล์มสลีย์) ที่รับบทโดย Chiwetel Ejiofor เขาค้นพบข้อมูลที่น่าขนลุกว่าการเคลื่อนตัวใต้เปลือกโลกมันเร่งสปีดเกินกว่าทฤษฎีไหนจะรับไหว และเขาต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานตรงถึง President Thomas Wilson (ประธานาธิบดีโธมัส วิลสัน) ที่รับบทโดย Danny Glover ขณะที่ฝ่ายการเมืองอย่าง Carl Anheuser (คาร์ล แอนเฮาเซอร์) ที่รับบทโดย โอลิเวอร์ แพลท ก็เริ่มต้องเลือกระหว่างการรักษาความลับกับการรักษาชีวิตคน ส่วนตัวแสบสุดกวนอย่าง Charlie Frost (ชาร์ลี ฟรอสต์) ที่รับบทโดย วูดดี แฮร์เรลสัน ดีเจวิทยุสมัครเล่นที่ตะโกนเรื่องวันสิ้นโลกจนคนหาว่าบ้า กลับกลายเป็นคนที่พูดใกล้ความจริงที่สุด เดิมพันของเรื่องเลยขยับจากแค่ครอบครัวหนึ่งจะรอดไหม ไปเป็นคำถามใหญ่ว่าเมื่อแผ่นดินไหว ลาวา และสึนามิยักษ์มาไล่หลังพร้อมกันแบบไม่ปราณี ใครจะวิ่งทัน และใครจะต้องตัดสินใจว่าเรือชูชีพของมนุษยชาติควรมีที่ให้ใครบ้าง แต่ถึงแอ็กชันจะถล่มทลายขนาดไหน สิ่งที่ทำให้เราดูแล้วใจสั่นจริง ๆ กลับเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างมือของพ่อที่กำมือลูกแน่นตอนพื้นแยก หรือสายตาของแม่ที่มองลูกทั้งสองแบบไม่ยอมปล่อย หรือแววตาของเอเดรียนกับ Laura Wilson (ลอร่า วิลสัน) ที่รับบทโดย Thandiwe Newton ที่ต้องแบกความรู้สึกผิดไว้เต็มอกทั้งที่อยากช่วยทุกคน หนังค่อย ๆ บอกเราว่าหายนะมันไม่ได้แค่พังตึกพังเมือง แต่มันกำลังทดสอบความเป็นคนของเราด้วย ว่าในวินาทีที่ทุกอย่างพัง เราจะยังกอดกันไว้แน่นพอไหม เราจะเห็นแก่ตัวเอารอดคนเดียว หรือจะยอมเสี่ยงเพื่อยื่นมือให้คนแปลกหน้า ความผูกพันของแจ็กสันกับเคทที่เคยเป็นคนรักกันมาก่อนเลยยิ่งเจ็บปวดและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เพราะมันไม่ใช่ความรักหวาน ๆ แต่เป็นความห่วงที่ตัดยังไงก็ตัดไม่ขาด ต่อให้หย่ากันไปแล้ว แต่พอโลกจะแตก คนที่เขานึกถึงเป็นคนแรกก็ยังเป็นครอบครัวเดิมนี่แหละ ถ้าคุณชอบหนังภัยพิบัติสเกลใหญ่ที่ดูแล้วอะดรีนาลินพุ่ง แต่ก็ไม่อยากได้แค่ตึกถล่มแบบกลวง ๆ อยากได้ดราม่าครอบครัวมาห่อหุ้มหัวใจด้วย เรื่องนี้คือคำตอบเลย เพราะงานภาพเขาจัดเต็มมาก ทั้งแผ่นดินแยก น้ำท่วม เครื่องบินฝ่าดงภูเขาไฟ คือดูแล้วต้องเผลอกำเบาะแน่น ๆ แน่นอน แถมจังหวะลุ้นก็มาแบบไม่พัก หายใจไม่ทั่วท้องตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ แต่พอหนังเบรกให้พักนิดเดียว น้ำตาก็มาเลยเพราะความสัมพันธ์พ่อลูกน่ารักมาก ใครที่เป็นพ่อเป็นแม่ หรือเคยเป็นลูกที่อยากให้พ่อแม่กลับมารักกัน น่าจะอินเป็นพิเศษ ลองเปิดใจนั่งรถคันเก่าของแจ็กสันไปกับเขาสักรอบ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมในวันที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย สิ่งเดียวที่คนธรรมดาอย่างเราจะยึดไว้ได้แน่นที่สุด ก็คือมือของคนที่เรารักนั่นเอง
ดูเลย · พากย์ไทย