
รับบทHiroshi Agasa (voice)
นักแสดง
รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)

รับบทHiroshi Agasa (voice)
#1 แนะนำ
2001 
สตาร์ เทรค: เอนเทอร์ไพรซ์ ซีซั่น 1
กัปตันโจนาธาน อาเชอร์ ชายผู้แบกความฝันของพ่อกับความหวังของมนุษยชาติทั้งมวลไว้บนบ่า กำลังจะพาเราออกเดินทางครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตใน สตาร์ เทรค: เอนเทอร์ไพรซ์ ซีซั่น 1 เรื่องราวของลูกเรือกลุ่มแรกที่กล้าพายานเอ็นเอ็กซ์-01 ลำใหม่เอี่ยมพุ่งออกจากวงโคจรของโลกทั้งที่ยังไม่มีแผนที่ ไม่มีประสบการณ์ และไม่มีหลักประกันใดเลยว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ถ้าใครกำลังมองหา ซีรีส์ สตาร์ เทรค: เอนเทอร์ไพรซ์ พากย์ไทย ที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจและชวนให้ลุ้นไปพร้อมกัน ซีซั่นนี้คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุดเลย เพราะมันไม่ได้เล่าถึงกองยานที่ยิ่งใหญ่พร้อมทุกอย่างแล้ว แต่เล่าถึงคนธรรมดากลุ่มหนึ่งที่ใจใหญ่มากพอจะออกไปแตะขอบจักรวาลด้วยมือเปล่า อาเชอร์เองก็ไม่ใช่กัปตันที่เก่งสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่ต้นนะ เขาเป็นคนจริงใจ มุทะลุไปบ้าง ดื้อไปบ้าง แต่รักลูกเรือเหมือนครอบครัว และเชื่อสุดหัวใจว่ามนุษย์เราคู่ควรจะมีที่ยืนท่ามกลางดวงดาว ความเชื่อแบบนี้แหละที่ทำให้เราอยากเอาใจช่วยเขาตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นเขายืนอยู่บนสะพานเดินเรือ แล้วมองออกไปในความมืดที่ทั้งสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ตลอดทั้งซีซั่นนี้เราจะได้ตามติดการเดินทางของยานเอนเทอร์ไพรซ์ที่ค่อย ๆ เรียนรู้วิธีเป็นนักสำรวจอวกาศทีละก้าว เหมือนชวนเพื่อนรักมานั่งข้างกันแล้วค่อย ๆ ดูพวกเขาเติบโตไปด้วยกันเลย ช่วงแรกทุกอย่างยังใหม่อยู่ไปหมด ทั้งเครื่องยนต์วาร์ปที่ยังไม่เสถียร ทั้งกฎการทูตระหว่างดาวที่ยังไม่มีใครเขียน ทั้งความไว้ใจที่ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นระหว่างลูกเรือที่มาจากต่างที่ต่างทางกัน เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของอาเชอร์กับต้นกล้าทริปเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างกันมานาน กับทูโพลเจ้าหน้าที่วัลแคนที่ดูนิ่งเย็นชาแต่จริง ๆ แล้วคอยประคองทุกคนอยู่เงียบ ๆ และกับลูกเรือคนอื่น ๆ ทั้งหมอ ทั้งเจ้าหน้าที่สื่อสาร ทั้งนายท้าย ที่จากคนแปลกหน้าก็ค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ฝากชีวิตไว้ให้กันได้ ความน่ารักของซีซั่นนี้คือมันไม่รีบร้อนเลย มันปล่อยให้มิตรภาพค่อย ๆ ก่อตัวผ่านมื้ออาหารด้วยกัน ผ่านการเถียงกันเรื่องหลักการ ผ่านการช่วยกันซ่อมยานตอนกลางดึก และผ่านการยืนเคียงข้างกันเวลาต้องตัดสินใจยาก ๆ ใครที่ชอบดราม่าความสัมพันธ์แบบอบอุ่น ดูแล้วอิ่มใจ น่าจะหลงรักบรรยากาศบนยานลำนี้ได้ไม่ยาก เพราะถึงแม้ข้างนอกหน้าต่างจะเป็นอวกาศที่เย็นเยียบ แต่ข้างในยานกลับเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้มาก ๆ แน่นอนว่าการออกมาครั้งแรกแบบนี้ย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะจักรวาลในยุคบุกเบิกยังเต็มไปด้วยเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ไปหมด บางครั้งก็เป็นดาวดวงใหม่ที่สวยจนแทบลืมหายใจ บางครั้งก็เป็นอารยธรรมที่ไม่เคยรู้จักมนุษย์มาก่อน บางครั้งก็เป็นความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ที่บานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ และบางครั้งก็เป็นการเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ไม่ได้มาดีตั้งแต่ต้น สิ่งที่ทำให้ต้องลุ้นอยู่ตลอดคือยานลำนี้ยังไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด อาวุธก็จำกัด เกราะก็ยังไม่เต็มร้อย ทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นบนสะพานเดินเรือ เราเลยรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นไปพร้อมกับพวกเขาเลยว่าอาเชอร์จะเลือกทางไหน จะสู้ จะถอย จะเจรจา หรือจะยอมเสี่ยงเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง ความสนุกแบบบู๊ผจญภัยเลยไม่ได้มาแค่จากฉากยิงกันตู้มต้ามอย่างเดียว แต่มาจากการต้องใช้ไหวพริบ ใช้ความกล้า และใช้ความเป็นทีมเข้าสู้ด้วยกันจริง ๆ ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเข้าใจว่าทำไมการเป็นกัปตันในยุคนี้ถึงยากเหลือเกิน เพราะไม่มีตำรามาบอกว่าอะไรถูกอะไรผิด มีแค่หัวใจกับความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกเรือทั้งลำเป็นเดิมพัน และทุกการตัดสินใจของเขาก็จะค่อย ๆ หล่อหลอมให้เอนเทอร์ไพรซ์กลายเป็นบ้านที่ทุกคนยอมสู้เพื่อมันอย่างแท้จริง ถ้าถามว่าทำไมถึงอยากชวนให้ลองเปิดใจดู สตาร์ เทรค: เอนเทอร์ไพรซ์ ซีซัน 1 ดูออนไลน์ สักครั้ง ก็คงเป็นเพราะซีซั่นนี้ให้รสชาติที่ครบและอบอุ่นมากสำหรับคนดูทุกแบบเลย คนที่ชอบไซไฟจะได้เห็นเสน่ห์ของยุคแรกเริ่มที่เทคโนโลยีไม่ได้เนรมิตได้ทุกอย่าง ต้องลองผิดลองถูก ต้องประดิษฐ์ ต้องซ่อม ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดกันสด ๆ คนที่ชอบหนังชีวิตจะได้เห็นเรื่องของภาวะผู้นำ ความกดดัน ความเหงา และความผูกพันของคนที่ต้องใช้ชีวิตด้วยกันในพื้นที่ปิดท่ามกลางความเวิ้งว้าง ส่วนคนที่ชอบดูกับครอบครัวหรือดูคนเดียวตอนพักผ่อนหลังเลิกงานก็ดูได้เพลิน ๆ เพราะโทนเรื่องไม่ได้หนักจนเหนื่อย แต่ชวนให้คิดตามและยิ้มตามอยู่ตลอด มันเป็นซีรีส์ที่พูดถึงความอยากรู้อยากเห็น ความดื้อรั้นในทางที่ดี และความเชื่อในสิ่งที่ดีงามของมนุษย์ โดยไม่ต้องตะโกนบอก แต่ปล่อยให้เราสัมผัสผ่านการกระทำเล็ก ๆ ของตัวละครไปเรื่อย ๆ พอดูจบแต่ละตอนแล้วจะรู้สึกเหมือนเพิ่งกลับจากเดินทางไกลกับเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่ง ที่ทำให้เรากล้าหวังมากขึ้นอีกนิดว่ามนุษยชาติของเราก็มีด้านที่สวยงามและควรค่าแก่การออกไปค้นหาอนาคตที่ดีกว่าร่วมกันจริง ๆ
ดูเลย · พากย์ไทย